
จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง คงเป็นเรื่องยากขึ้นในการตัดสินใจของเรา หากจะอยากขอสินเชื่อ -กู้เงิน- เพิ่มหนี้สิน ในยามจำเป็น เพราะนั่นจะกลายเป็นภาระก้อนใหญ่ อย่าง สินเชื่อบ้าน ที่อาจกินเวลายาวนาน 20 ปี 30 ปี กันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดทางการเงิน ที่แตกต่างกัน ปลายทาง การกู้ อาจเป็นทางออกเดียวที่เรามี แต่ทั้งนี้ ก่อนจะตัดสินใจกู้เงิน ก็ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจาก จะต้องรู้ถึง ประเภทสินเชื่อ จำนวนเงินที่ขอกู้ และระยะเวลาการผ่อนชำระแล้ว อาจต้องสำรวจ ประเมินส่วนอื่นๆเบื้องต้นร่วมด้วย
ที่สำคัญ อย่าก่อหนี้โดยที่ไม่จำเป็น หรือสร้างหนี้ทั้งที่รู้ว่าจ่ายไม่ไหว เพราะ การกู้ยืมเงินมีประเด็นต่างๆ ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน อีกทั้งการทำสัญญากู้ยืมเงินต่างๆ ยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมร่วมด้วยอีกมากมาย
สำหรับ 7 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเป็นหนี้ โดยอ้างอิง ข้อมูล จากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ให้ความรู้ด้านการเงิน ไว้ดังนี้
ควรมีวัตถุประสงค์ในการกู้เงินที่ชัดเจน อย่าสร้างหนี้เพียงเพื่อซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือเพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายแบบชั่วคราวเท่านั้น
พิจารณาสภาพคล่องทางการเงินของคุณว่า คุณสามารถรับผิดชอบชำระค่างวดสินเชื่อที่กำลังจะกู้ได้หรือไม่และ ควรหลีกเลี่ยงการกู้เงินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ
สถาบันการเงินอาจต้องทำการตรวจสอบประวัติข้อมูลเครดิตของคุณเพื่อประเมินความเสี่ยงทางการเงิน การเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการตรวจสอบประวัติข้อมูลเครดิตของคุณเองก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ
เมื่อตัดสินใจที่จะเดินหน้าขอสินเชื่อแล้วเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณา คือ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะเป็นตัวกำหนดจำนวนเงินที่คุณต้องชำระคืนเมื่อมีการกู้ยืม ถือเป็นต้นทุนในการนำเงินในอนาคตออกมาใช้ และควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายๆ แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้กู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าท้องตลาด
อีกจุดที่ควรสังเกตเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย คือ วิธีการคิดดอกเบี้ยว่าเป็นแบบวิธีลดต้นลดดอก (Effective Rate) หรือคิดแบบคงที่ (Fixed Rate) ในการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากแต่ละแห่งต้องเปรียบเทียบด้วยวิธีคิดแบบเดียวกันว่าสถาบันการเงินใดนำเสนออัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า
ตรวจสอบเงื่อนไขการชำระเงิน เช่น ระยะเวลาผ่อนชำระ วิธีการชำระเงิน และความยืดหยุ่นในการชำระเงิน ซึ่งแนะนำให้เลือกเงื่อนไขที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ และอย่าลืมว่าการชำระเงินบางวิธีหรือบางช่องทางอาจมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพิ่มทุกครั้ง
อย่าลืมตรวจสอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขอสินเชื่อ ในบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมการกู้ยืม ค่าอากรแสตมป์ หรือค่าใช้จ่ายในการเบิกถอนเงิน เป็นต้น
เพิ่มความรอบคอบอีกนิดด้วยการตรวจสอบเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ เช่น กรณีลืมจ่ายตามวันที่กำหนดสามารถจ่ายชำระตามหลังได้ภายในกี่วันโดยไม่โดนเก็บค่าธรรมเนียม หรือเบี้ยปรับ วิธีการคิดเบี้ยปรับเมื่อผิดนัดชำระหนี้ และในกรณีที่ต้องการปิดสินเชื่อก่อนครบกำหนดมีค่าธรรมเนียมหรือไม่ หรือหากต้องการยกเลิกวงเงินสินเชื่อจะมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง