“เงินเยน” อ่อนค่ารุนแรง ทุบสถิติในรอบ 26 ปี ชี้โอกาสทองของนักท่องเที่ยว

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“เงินเยน” อ่อนค่ารุนแรง ทุบสถิติในรอบ 26 ปี ชี้โอกาสทองของนักท่องเที่ยว

Date Time: 10 ก.ค. 2566 17:45 น.

Video

Sony ทำได้ยังไง ? หาเงินจากทุกสิ่ง แบบไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร | Digital Frontiers EP.51

Summary

แน่นอนว่าหากพูดถึง “เงินเยน” คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สถิติการอ่อนค่าของเงินเยนที่ระดับ 24 บาทกว่าๆ ต่อ 100 เยน นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 26 ปี

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นยังสวนกระแสโลก กดดันค่าเงินเยนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อดอกเบี้ยโลกสิ้นสุดขาขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว แม้แบงก์ชาติต่างๆ อาจจะยังไม่ประกาศ แต่ได้ส่งผลให้เงินเยนมีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้น โดยญี่ปุ่นยังคงดอกเบี้ยระยะสั้นติดลบและคุมดอกเบี้ยระยะยาวแม้เงินเฟ้อสูง ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีแรกเงินเยนอ่อนค่า 10% เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และอ่อนค่า 7.4% เมื่อเทียบกับเงินบาท 

ทางด้าน นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อนำเงินเยนเทียบกับเงินบาท พบว่าอ่อนค่าลงไปต่ำสุดราว 0.24 ต้นๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ปี 2540 อย่างไรก็ตาม 1-2 วันที่ผ่านมา เงินเยนฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ราว 0.2460 

ปัจจัยอะไรที่ทำให้ค่าเงินเยนเทียบบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 26 ปี ?

ทั้งนี้ปัจจัยกดดันค่าเงินเยนคือ การทำนโยบายการเงินสวนกระแสโลกของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่กดดันค่าเงินเยนอย่างรุนแรง ซึ่งยังคงใช้ดอกเบี้ยนโยบายติดลบ 0.1% และมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้นมาก ขณะที่ทั่วโลกเร่งขึ้นดอกเบี้ย และญี่ปุ่นเผชิญภาวะเงินเฟ้อ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (บอนด์ยิลด์ลบเงินเฟ้อ) ของเงินเยน เสียเปรียบสกุลเงินต่างๆ นั่นเอง

ทิศทางค่าเงินเยนจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต? 

ขณะเดียวกันทิศทางค่าเงินเยนจะเป็นอย่างไรต่อไป จะอ่อนค่าแค่ไหนนั้น คุณรุ่ง มองว่าใกล้จบรอบ เพราะเริ่มมีสัญญาณชัดขึ้นว่าเงินเฟ้อในญี่ปุ่นก่อตัวต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ตลาดกำลังจับตามองท่าทีของบีโอเจ ที่อาจหันมาใช้นโยบายการเงิน เพื่อสกัดเงินเฟ้อหากมองว่าเยนอ่อนมากเกินไป ซึ่งคาดว่าบีโอเจจะปรับ Yield Curve Control (YCC) ก่อนสิ้นปีนี้ นอกจากนี้หากดอกเบี้ยโลกจบขาขึ้น เงินเยนมีแนวโน้มที่จะกลับมาแข็งค่า

จะมีผลต่อภาคการส่งออกของไทยหรือไม่นั้น คุณรุ่งได้แนะนำว่า ผู้ประกอบการควรป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งในสถานการณ์เช่นนี้นักท่องเที่ยวไทยอาจหาจังหวะทยอยซื้อเงินเยนเก็บได้ 

เพราะโดยปกติเศรษฐกิจทั่วๆ ไปอยากให้มีเงินเฟ้ออ่อนๆ เพราะผู้ผลิตสามารถขึ้นราคาสินค้าได้บ้าง ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของค่าจ้างก็สามารถปรับขึ้นได้หากธุรกิจเติบโตได้ดี ซึ่งก็จะทำให้แรงงานมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนทางด้านคนซื้อก็ต้องรีบตัดสินใจซื้อเยนเงินให้อย่างถี่ถ้วน เพราะเดือนหน้าหรือปีหน้า ค่าเงินอาจจะแพงขึ้น 

ฝันร้ายเงินฝืด ญี่ปุ่นติดกับดักกว่า 20 ปี 

ทั้งนี้สถานการณ์นี้ตรงข้ามกับเงินฝืด หรือที่ญี่ปุ่นเคยเจอเงินเฟ้อติดลบเป็นเวลา 20 ปี โดยที่ราคาสินค้าไม่ขึ้นหรือปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนซื้อก็ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อรอราคาให้ลงก่อน ส่วนฝั่งคนขายหรือธุรกิจก็ขึ้นราคาเยอะไม่ได้เพราะไม่มีคนจะซื้อ ธุรกิจจึงไม่เติบโตมากนัก ขณะที่อัตราค่าจ้างในประเทศก็ปรับขึ้นไม่ได้มากนัก 

ทำให้ผู้บริโภคต้องจับจ่ายใช้สอยอย่างประหยัด และเกิดเป็นผลกระทบต่อเนื่องวนกลับมาเป็นวงจรต่อทุกภาคส่วนทั้งธุรกิจ แรงงานและผู้บริโภค

ทั้งนี้มองว่า ญี่ปุ่นเองยังเจอกับสภาวะสังคมสูงวัย เร็วกว่าที่อื่นๆ เห็นได้จากการที่ญี่ปุ่นคือประเทศที่มีประชากรแก่เร็วที่สุดในโลก โดยเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)” ตั้งแต่ปี 1970 ก่อนจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในปี 1994 และกลายเป็น “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society)” ในปี 2007 ส่วนทางด้านคนหนุ่มสาวที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้อกลับมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ส่วนคนสูงวัย (ที่มีจำนวนมากขึ้น) มีแค่เงินเก็บและเงินบำนาญ ก็ต้องใช้สอยอย่างประหยัด สถานการณ์เหล่านี้ซ้ำเติมวงจรของภาวะเงินฝืด ที่ทำให้เกิดทัศนคติเงินฝืด ฝังลึกลงไป ซึ่งแก้ไขได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เงินเฟ้อและค่าจ้างในญี่ปุ่นสูงขึ้น คาดว่าบีโอเจอาจจะปรับนโยบาย แต่ยังคงระมัดระวังไม่ให้กระทบจน “เศรษฐกิจหมดโอกาสกลับมาฟื้นตัว” 

ดังนั้นหากใครมีแพลนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็สามารถแลกเงินเยนสะสมไว้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนจะถูกลง โดยการขายออกจะอยู่ที่ประมาณ 24 บาท ซึ่งค่อนข้างถูกมากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินบาทไทย แต่ในระยะต่อไปก็คงต้องรอติดตามทิศทางของบีโอเจ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อ “เงินเยน” อย่างแน่นอน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ