การลงทุนให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีการวางแผน และเตรียมความพร้อมอย่างมีระบบ ซึ่งไม่ได้วัดจากผลตอบแทนที่สูงเพียงครั้งเดียว หากแต่วัดจากความสามารถในการจัดการความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งนักลงทุนมือใหม่หลายคน มักมองข้ามข้อเท็จจริงนี้และอาจลงเอยด้วยการขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เผยแพร่บทความ “5 นิสัยที่ทำให้ลงทุนแล้วขาดทุน” โดยชี้ให้เห็นว่า การเตรียมตัวให้พร้อมไว้จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ดังนั้น การศึกษานิสัยของนักลงทุนที่เคยลงทุนแล้วขาดทุน จึงเป็นสิ่งที่เราควรรับรู้และจดจำ จะได้ไม่พบเจอปัญหาระหว่างที่ลงทุนอยู่ทั้งปัจจุบันและอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
ภาดร สุขสวัสดิ์ นักวางแผนการเงิน CFP® ระบุไว้ว่า การลงทุนแล้วขาดทุนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแต่นักลงทุนระดับโลก หากแต่สิ่งที่ต้องทำคือปรับตัวและแก้ไข เรียนรู้จากประสบการณ์มาพัฒนาเป็นนิสัยเพื่อที่จะทำให้วันนี้และพรุ่งนี้ไม่ต้องเจอกับผิดพลาดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดย 5 นิสัยที่ทำให้ลงทุนแล้วขาดทุน มีดังนี้
1. ลงทุนในระยะเวลาที่สั้นจนเกินไป
นักลงทุนหลายท่านมีความเชื่อที่ว่า การลงทุนในระยะสั้นถึงแม้จะได้กำไรไม่มาก แต่จะสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าการลงทุนระยะยาวด้วยการนำเงินลงทุนไปลงทุนต่อได้หลายๆ รอบในระยะเวลาที่เท่ากัน
เพราะในความเป็นจริง การลงทุนระยะสั้นอาจต้องพบเจอกับปัญหายามตลาดผันผวน ทำให้การลงทุนติดขัดไม่สามารถเอาเงินออกมาลงทุนต่อได้ และรวมไปถึงค่าธรรมเนียมจากการซื้อ-ขายสินทรัพย์ลงทุนบ่อยๆ ก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งที่ทำให้การลงทุนระยะสั้นมีโอกาสได้ผลกำไรน้อยกว่าการลงทุนระยะยาว
2. เลือกลงทุนตามผู้อื่นที่มีความรู้ดี
บ่อยครั้งที่มักพบเห็นนักลงทุนเลือกลงทุนตามนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติมก่อนที่จะลงทุนในสินทรัพย์นั้นๆ เป็นเหตุให้ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันกับสินทรัพย์ที่ตนเองไปลงทุนตามผู้อื่น
และอีกส่วนหนึ่งที่เป็นข้อผิดพลาดคือ นักลงทุนแต่ละคนนั้นต่างก็มีจุดที่รับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน การตัดสินใจจึงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เป็นสาเหตุที่ไม่ควรตัดสินใจเลือกลงทุนตามผู้อื่น
3. ยึดติดกับข้อมูลในอดีต
การรีบเข้าไปลงทุนเพียงเพราะเห็นว่าสินทรัพย์มีมูลค่าลดลงมามากจากจุดสูงสุด และคาดหวังว่าราคาของสินทรัพย์จะกลับไปที่มูลค่าเดิมในไม่ช้า ก็เปรียบเสมือนกับการเสี่ยงโชค
เพราะการที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงมาจากจุดสูงสุด อาจจะมีเหตุผลของมันอยู่ หากรีบตัดสินใจโดยใช้เพียงข้อมูลราคา ก็จะส่งผลให้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้
4. ลงทุนตามสัญชาตญาณ
เกิดจากการลงทุนในอดีตที่ผ่านมาที่ใช้การตัดสินใจของตนเองสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี ทำให้มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้กลยุทธ์จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในการลงทุนต่อเนื่องด้วยความรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการลงทุน ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดได้
เพราะการลงทุนในปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดเวลา หากไม่ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม กลยุทธ์หรือสัญชาตญาณที่มีอยู่อาจไม่สามารถนำมาใช้ในการลงทุนได้ดีเหมือนเดิม
5. คาดหวังผลตอบแทนที่สูง
การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูง ก็หมายถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ก่อนที่จะลงทุนควรพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เช่น จะสามารถรับผลขาดทุนได้มากที่สุดเท่าไหร่ สามารถลงทุนได้นานกว่าที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้น จะได้พร้อมรับมือและไม่ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้