
ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ นับเป็นอีกจังหวะสำคัญที่น่าจับตามองราคาทองคำ เพราะนอกจากจะมีความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลแล้ว การลงทุนทองคำยังถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหากำไรหรือสะสมสินทรัพย์ที่มั่นคงในระยะยาวอีกด้วย
จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าราคาทองคำมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังเทศกาลตรุษจีน 1 เดือน จำนวน 6 ปี จาก 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าช่วงเวลานี้อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนทองคำ โดยข้อมูลจาก "ฮั่วเซ่งเฮง" แสดงให้เห็นว่า ราคาทองคำหลังตรุษจีนในระยะ 1 เดือน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในหลายปี อย่างล่าสุดปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 6.40% และปี 2559 ที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 8.38%
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในอดีตของการลงทุนในทองคำเป็นเพียงข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางเท่านั้น ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน
ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ให้ความเห็นกับ “Thairath Money” ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่และต่อเนื่องมาถึงเทศกาลตรุษจีน มักมีแรงซื้อทองคำเข้ามาจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจากจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการนำเข้าทองคำรายใหญ่ที่สุด ทำให้ช่วง 1 เดือนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนราคาทองมักปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับประเด็นสำคัญในปี 2568 ที่จะมีผลต่อราคาทองคำ ได้แก่ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งประเมินว่าจะไม่ออกมารุนแรงอย่างที่หลายคนกังวล ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกันนี้ ยังมีความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้คาดว่าปีนี้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเทศกาลตรุษจีน อาจมีแรงเทขายทางเทคนิค ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้ เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแล้ว 4 สัปดาห์ติดต่อกัน และถือว่าอยู่ในระดับที่สูงแล้ว แต่ประเมินว่าจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ แนะนำนักลงทุนว่าให้ติดตามความชัดเจนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และรอจังหวะลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงมา โดยให้แนวรับที่ระดับ 2,700-2,735 ดอลลาร์ฯ ส่วนแนวต้านประเมินว่าอยู่ที่ 2,790 ดอลลาร์ฯ
ด้าน จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำในตลาดโลก หรือ Gold Spot ปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า 165 ดอลลาร์ฯ แต่ด้วยเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาค่อนข้างมาก ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1,500 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะกลางถึงระยะยาวราคาทองคำมีโอกาสขยับตัวขึ้นได้อีก โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2/68 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ จะเห็นแรงซื้อทองคำเข้ามาในช่วงตรุษจีนมากกว่าในช่วงปกติ และประเมินว่าผู้ที่ลงทุนทองคำในช่วงนี้ มีโอกาสทำกำไรในช่วงที่เหลือของปีได้ เนื่องจากปัจจุบันราคาทองคำที่ราว 2,700 ดอลลาร์ฯ นั้น ถือว่าอยู่ในระดับไม่แพง และปีนี้คาดว่าจะมีโอกาสเห็นราคาทองคำขึ้นไปที่ 3,000 ดอลลาร์ฯ
“ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว และมีเงินเย็น ผมว่าจังหวะนี้เป็นจังหวะดีที่น่าลงทุน และตอนนี้ราคาก็ไม่แพง แต่หากราคาย่อตัวลงมา ก็สามารถหาโอกาสซื้อเก็บได้” จิตติ กล่าว
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney