การปรับปรุงนโยบายการลงทุนและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนในกองทุนต่างๆ นับเป็นความพยายามของภาครัฐ ในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับตลาดหุ้นไทยในระยะยาว อย่างที่เห็นได้จากการจัดตั้งกองทุน Thai ESG ก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2568 สาเหตุหนึ่ง มาจากแรงขายของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดไถ่ถอน ส่งผลให้นักลงทุนขายหน่วยลงทุนออกมาเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการพิจารณาจัดตั้งกองทุน LTF ใหม่ ด้วยมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะอยู่ในกองทุน Thai ESG หวังช่วยนักลงทุนตัดสินใจชะลอขายหุ้นช่วงตลาดขาลง และนักลงทุนยังได้สิทธิประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีด้วย
โดย พิชัย ระบุว่า ตอนนี้กระทรวงการคลัง กำลังคิดอยู่ว่าจะมีนโยบายปรับปรุงกองทุน LTF ที่จะโอนหรือจัดตั้งใหม่ โดยเอากองทุน LTF ทั้งหมด ที่ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านบาท มาตั้งเป็นอีกกองทุนที่อยู่ในกองทุน Thai ESG
ทั้งนี้ กองทุน LTF ที่ตั้งมา เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดหย่อนภาษี ขณะเดียวกัน ตอนนี้ดัชนีหุ้นไทยก็ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก นักลงทุนก็มีการขายออก หุ้นส่วนใหญ่ที่อยู่ในกองทุน LTF ก็จะอยู่ในดัชนี SET 100 ในหุ้นตัวใหญ่ด้วย
อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่านักลงทุนที่กำลังตัดสินใจขายกองทุน LTF จะได้หยุดพิจารณาว่าจะขายดีหรือไม่ เพราะว่าถ้าเงินลงทุนอยู่ในกองทุน Thai ESG ก็จะได้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย เช่น หากถือครองครบ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม นโยบายปรับปรุงกองทุน LTF ดังกล่าว กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานและประกาศออกมาได้ต่อไป
“ตอนนี้หุ้นก็ลงมาเยอะ ถ้าเกิดว่าเงินลงทุนยังอยู่ใน Thai ESG ท่านก็ยังได้ประโยชน์ทางภาษี อยากจะฝากให้นักลงทุนพิจารณาในส่วนนี้ด้วย“ พิชัย กล่าว
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้