Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

หุ้นโรงไฟฟ้าสะเทือน หลัง ครม. เคาะเพดานค่าไฟ 3.99 บ. ลั่นไม่ใช้งบฯ รัฐอุดหนุน จับตาทบทวนสัญญา PPA

Date Time: 2 เม.ย. 2568 13:29 น.

Summary

  • จับตาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าอาจสะเทือน หลัง ครม. เคาะเป้าลดค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค. ปี 68 เหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย แบบไม่ควักงบรัฐอุดหนุน พร้อมส่งซิกเดินหน้าจ่อทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) จากเอกชนที่รัฐเสียเปรียบ

มติคณะรัฐมนตรีล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับแวดวงตลาดทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือครองหรือสนใจหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน

โดยกำหนดเป้าหมายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2568 ให้เหลือไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย จุดที่น่าจับตาและสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน คือ การลดค่าไฟครั้งนี้จะเกิดขึ้นโดยไม่มีการใช้งบประมาณจากภาครัฐเข้ามาอุดหนุน ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากมาตรการช่วยเหลือครั้งก่อนๆ อย่างชัดเจน

ลดค่าไฟไม่พึ่งงบรัฐฯ เป็นปัจจัยลบต่อโรงไฟฟ้าชัดเจน

ภายใต้เงื่อนไข "ไม่อุดหนุน" ดังกล่าว ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งรวมถึงการเดินหน้าแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) ที่รัฐอาจอยู่ในสถานะเสียเปรียบ โดยเฉพาะสัญญาในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP)

การส่งสัญญาณทบทวนสัญญาเหล่านี้ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าทันที เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้และความมั่นคงของสัญญาในระยะยาว

มุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่สะท้อนความกังวลไปในทิศทางเดียวกัน โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมองว่าการลดค่าไฟโดยไม่พึ่งพางบประมาณ จะนำมาซึ่งแรงกดดันและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่อาจกลับมาอีกครั้ง 

และคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับปรุงเงื่อนไข Adder/FiT ของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รวมถึงค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ของโรงไฟฟ้า IPP

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ย้ำว่าเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อหุ้นโรงไฟฟ้า โดยชี้ว่าอัตราใหม่ที่ 3.99 บาท/หน่วย ต่ำกว่าที่ กกพ. เคยประเมินไว้ที่เฉลี่ย 4.15 บาท/หน่วย

และยังระบุถึงแผนการทบทวนสัญญา IPP ควบคู่ไปกับการพิจารณาปรับโครงสร้าง Pool Gas เพื่อลดต้นทุนก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจของโรงไฟฟ้า

ธุรกิจที่มีต้นทุนเป็นค่าไฟสูงได้ประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง บล.กรุงศรี ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางแรงกดดันต่อหุ้นโรงไฟฟ้า มาตรการลดค่าไฟฟ้านี้จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลัก ซึ่งต้นทุนพลังงานที่ลดลงถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่

  • กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, CPAXT, BJC, HMPRO
  • กลุ่มสื่อสาร เช่น ADVANC, TRUE
  • กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต เช่น SCC

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)