
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่าน DR และ DRx นั้นมีการเติบโตอย่างมาก โดยล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 67 หลักทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท และมีมูลกว่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 2 ร้อยล้านบาท ทั้งนี้ DR เป็นช่องทางการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ
เจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาด DR ในประเทศไทยยังเติบโตได้อีกมาก โดย KGI ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญในตลาดหุ้นไทย โดยล่าสุดได้เปิดตัว 2 DR ใหม่ “TAIWANAI13” และ “TAIWANHD13” ที่อ้างอิงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน นับเป็น DR ลำดับที่ 4 และ 5 ของ KGI ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
ไต้หวั่นนับเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงมาก จีดีพี ไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาเติบโตมากว่า 4.1% ประชากรร่ำรวยเป็นอันดับ 16 ของโลก ซึ่งผลมาจากการดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นความสามารถในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เอไอ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ตลาดหุ้นไต้หวั่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตมากที่สุดในโลก ในปีที่ผ่านมาดัชนีขึ้นกว่า 30%
ทั้งนี้การลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวั่นมีข้อจำกัด ที่ปัจจุบันมีข้อกำหนดเพดานการเข้าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติโดยตรงในประเทศไต้หวั่นด้วยเหตุผลของความมั่นคง แต่ ETF จะได้ยกเว้นเกณฑ์ดังกล่าวำไม่มีข้อจำกัดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ
ผลดังกล่าวทำให้ตลาด ETF ในไต้หวั่นเติบโตดีมาก ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ ETF ไต้หวั่นสูงถึง 6.3 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวั่น หรือคิดเป็น 7 ล้านล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“TAIWANAI13” เป็น DR ที่ลงทุนใน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF โดยเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นแนวหน้าของยุคแห่ง AI Revolution ทั้งการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Data , Computing Power , Algorithms , Application
ส่วน TaiwanHD13 เป็น DR ที่ลงทุนใน KGI Taiwan Premium Selection High Dividend 30 ETF ที่เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูงในไต้หวัน และได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่เติบโตของไต้หวัน โดยกองทุนนี้เป็นกองทุนที่สร้างผลตอบแทนดีที่สุดในบรรดากองทุนปันผลสูงของไต้หวั่น 2 ปีติดต่อกัน โดยมีผลตอบแทนในปี 2566 อยู่ที่ 60.9% และ ปี 2567 อยู่ที่ 22.6%