
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.พ.67 ปิดที่ 1,381.07 จุด ลดลง 6.26จุด มีมูลค่าซื้อขาย 40,457.10 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 74.48ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด CPALL ปิด 56.50 บาท บวก 1.50 บาท, NL ปิด 3.10 บาท บวก 0.50 บาท, DELTA ปิด 74.75 บาท ลบ 3.25 บาท, TU ปิด 15.20 บาท ลบ 0.60 บาท, KTB ปิด 16 บาท บวก 0.20บาท
บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งผันผวนในกรอบ 1,370-1,400 จุด มีแรงกดดันจากสหรัฐฯ รายงาน PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ จากการใช้จ่ายของผู้ผลิตสูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้กังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบายช้ากว่าที่คาดไว้เดิม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับขึ้นพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน และให้ติดตามการประกาศผลประกอบการ บจ.
ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแรงกดดันจากกระแสข่าว UNSC มีแนวโน้มลงมติหยุดยิงในฉนวนกาซา แต่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะใช้สิทธิวีโต้ ขณะที่อิสราเอลขัดขวางความพยายามในการบรรลุข้อตกลงนี้
ด้านสภาพัฒน์เผย GDP ไตรมาส 4/66 โต 1.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ระดับ 2.4-2.5% และปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 67 เหลือโต 2.2-3.2% จากเดิมคาด 2.7-3.7% ส่วน ธปท.มอง NPL มีแนวโน้มสูงขึ้นจากหนี้ครัวเรือนและ SME บางกลุ่ม แต่มั่นใจไม่เกิด NPL Cliff
ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามปัจจัยที่ส่งผลเชิงลบต่อการลงทุน เช่น รายงานผลการประชุม กนง.ฉบับย่อ, สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย ส่วนต่างประเทศ FOMC เปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อ 30-31 ม.ค.67, อียูรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI), ดัชนี PMI ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นและสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ เป็นต้น
กลยุทธ์ลงทุน แนะหุ้นที่นำเข้าคำนวณดัชนีฟุตซี่ หลังมีประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นชุดใหม่ที่จะใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index Series มีผล 15 มี.ค.67 โดยกลุ่ม FTSE Large Cap ไม่มีหุ้นเข้าใหม่ แต่มีหุ้นออกคือ CPF, HMPRO, IVL และ SCGP โดยย้ายมาเข้ากลุ่ม FTSE Mid Cap ซึ่งโกลเบล็กชอบ CPF-HMPRO ส่วน FTSE Small Cap ไม่มีหุ้นเข้าใหม่ แต่มีหุ้นออกคือ KEX, RABBIT, RAM, SAMART และ WORK!!
ขณะที่ประเมินราคาทองคำทรงตัวในระดับสูงได้ มีปัจจัยหนุนจากการตั้งสำรองของแบงก์ในสหรัฐฯและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง คาดราคาแกว่ง 1,980–2,020 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะให้ซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้!!
อินเด็กซ์ 51
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่