ผ่าหุ้น NAT “แนท แอบโซลูท” บริษัทด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ผู้ช่วย “ภาครัฐ” ทันยุค “ดิจิทัล”

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ผ่าหุ้น NAT “แนท แอบโซลูท” บริษัทด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ผู้ช่วย “ภาครัฐ” ทันยุค “ดิจิทัล”

Date Time: 11 ก.พ. 2567 07:00 น.

Video

อธิบายทีเดียวว่า ทำไมฟองสบู่ AI จะไม่แตกซ้ำรอยดอทคอม? | Digital Frontiers EP.51

Summary

Latest


ต้องยอมรับว่า กระแสดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันในประเทศไทยนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการถาโถมของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หนึ่งในผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านโดยเร็วที่สุด คือ ภาครัฐ หรือ ระบบราชการไทย ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า เผชิญความท้าทาย เพราะด้วยรูปแบบของการทำงานเอกสาร และการจัดเก็บ และระบบราชการ นับเป็นโอกาสำคัญของภาคเอกชนที่มีความถนัดจะเข้าไปรับงานเพื่อปรับเปลี่ยนระบบ 


บริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NAT ประกอบธุรกิจ เชี่ยวชาญด้าน Infratech ส่วนงานโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริการด้านเทคโนโลยีครบวงจร ของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน 

โดย NAT มีทุนจดทะเบียน 164 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท และ มีทุนที่เรียกชำระแล้ว 118 ล้านบาท โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 92 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 28.05% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายแล้วของบริษัท ประกาศ ราคาไอพีโอ ที่ 5.40 บาท และ จะนำหุ้นสามัญทั้งหมดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 15 ก.พ.นี้  


สุธี อภิชนรัตนกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NAT เปิดเผยกับ ThairathMoney ว่า บริษัทนั้น ถูกตั้งมาตั้งแต่ปี 2547 โดยจะเน้นในการทำด้าน Infratech ส่วนงานโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยที่ผ่านมาบริษัทมองว่าประเทศไทยยังต้องการโครงสร้างดังกล่าวอย่างมาก โดยเฉพาะในฝั่งราชการ ที่ต้องการพัฒนาด้านระบบไอที

“ประเทศไทยยังต้องการปรับปรุงด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีจำนวนมาก เฉพาะในฝั่งของราชการ ที่ไม่ใช่ทุกหน่วยงานที่มีระบบหลังบ้านที่ดี ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ”

รัฐบาล ยังต้องการ ระบบดิจิทัล 

สุธี เผยว่า จากการสำรวจตลาดเราพบว่า ภาครัฐ ซึ่งไม่ใช่ทุกหน่วยงานที่มีระบบไอที สารสนเทศที่ครบเหมือนกัน อย่างในบางหน่วยงานรัฐ ที่หากเจ้าหน้าที่ต้องการลาราชการต้องส่งจดหมาย EMS ไปหน่วยงานกลาง เพื่อขออนุมัติ ถึงจะลางานได้ ซึ่งเราได้เข้าไปดูปัญหา และพยายามลดการใช้กระดาษ และใช้ดิจิทัล เข้าไปช่วย 

เช่น การอนุมัติโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ตอนนี้ยังเป็นกระดาษในส่วนใหญ่ รวมถึงการควบคุมงบประมาณต่างๆ ยังอยู่ในกระดาษทั้งหมด 

ระบบของภาครัฐยังต้องการอีกมาก หรือ ทำรายการที่ง่ายขึ้นไม่ต้องส่งจดหมาย และขอรูปแบบแอปพลิเคชัน บนมือถือ ซึ่งช่วยให้การทำงานต่างๆ ง่ายขึ้น ทำให้เรามองว่า ตลาดดิจิทัลโซลูชันในหน่วยงานภาครัฐ ยังเปิดกว้างมากให้เราเข้าไปแก้  


“การที่โฟกัสในงานของหน่วยภาครัฐ เป็นการสร้างฐายรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับเรา เพราะเมื่อใดการก็ตามที่เศรษฐกิจไม่ดี จะเป็นหน่วยงานแรกที่ถูกอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เราเลยมีสัดส่วนรายได้จากหน่วยงานรัฐ 85%” สุธี กล่าว 

แม้ที่ผ่านมารัฐบาลมีปัญหาการอนุมัติงบประมาณล่าช้าเรื่องดังกล่าวไม่กระทบบริษัทเพราะโปรเจกต์ที่เราทำไม่ใหญ่มาก ดังนั้นการเติบโตยังมีอย่างต่อเนื่องปัจจุบัน NAT มีลูกค้ารายใหญ่ คือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT อยู่ที่ 81% ของรายได้ทั้งหมด ทั้งนี้ NAT มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความเสี่ยง แต่ทั้งนี้บริษัทก็ได้พยายามขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่มอื่นมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเข้าไอพีโอ คือ ซึ่งปีที่ผ่านมา NAT ขยายเข้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT และ โรงพยาบาล   เพิ่มพอร์ตอื่นๆ เข้าช่วยกระจายโอกาสการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น

รับฟังความต้องการ ก่อนคิดโซลูชัน 

วิธีการทำงานของ NAT จะเน้นการคิดงานเป็นโซลูชันให้กับลูกค้า โดยจะเข้าไปรับฟังปัญหา แล้วเราจะหารูปแบบเพื่อแก้ไข ผ่าน ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่ง NAT ได้รับพันธมิตรทางธุรกิจในระดับสูงสุดกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ Dell Technologies และ Genesys ในประเทศไทย 

แม้ที่ผ่านมากระแสของโลกจะมีการกีดกันเทคโนโลยีระหว่างกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนแต่ทั้งนี้บริษัทไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเพราะบริษัทเป็นพาร์ตเนอร์ทั้งบริษัทในฝั่งสหรัฐฯ และจีนซึ่งบริษัทจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าและความเหมาะสม

โดยผลการดำเนินงานของบริษัท มีการเติบโตที่ดี ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 56.78 ล้านบาท ปี 64 มีกำไรสุทธิ 26.68 ล้านบาท ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 100.62 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 97.50 ล้านบาท

ภาพการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า เชื่อว่า จะรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าตลาดหลักทรัพย์จะช่วยเพิ่มกระแสเงินทุนให้กับบริษัท เพิ่มพนักงาน เพื่อให้ NAT สามารถ ยื่นแขนไปแตะบริการอื่นๆ ได้กว้างมากขึ้น  

ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในรอบนี้ NAT คาดหวังจะให้หุ้นเป็น หุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) จากการรับงานโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย และการเพิ่มฐานทุนที่ทำให้บริษัทสามารถรับงานที่ใหญ่ได้มากขึ้น ส่วนการเข้าเทรดในวันแรกจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ 

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ