
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่การป้อนข้อมูลด้วยมือยังคงเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ซึ่งมีถึง 48% ที่ยังคงใช้วิธีนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาสำคัญของกระบวนการนี้คือความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Human error) ซึ่งตามรายงานของ Gartner ทำให้องค์กรสูญเสียเงินโดยเฉลี่ยถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว ๆ 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ การที่พนักงานต้องมาคีย์เอกสารด้วยตัวเองทีละแผ่น ยังเป็นกระบวนการที่ใช้เวลามาก โดยพนักงานเกือบ 60% คิดว่าหากทำให้งานเหล่านี้เป็นระบบอัตโนมัติได้ จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ระบบแปลงข้อความเอกสารเป็นข้อความดิจิทัล คือหนึ่งในวิธีการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ โดยจะเข้าช่วยอ่านข้อมูลจากเอกสารกระดาษหรือไฟล์รูปภาพให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ช่วยลดภาระงาน เพิ่มความแม่นยำ และประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มความสามารถการแข่งขันในยุคดิจิทัล
ด้วยข้อผิดพลาดและความเสี่ยงที่องค์กรต้องแบกรับ ธุรกิจต่าง ๆ จึงเริ่มมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการนำระบบอัตโนมัติมาใช้แทนการป้อนข้อมูลด้วยมือ เนื่องจากสามารถช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก
OCR ระบบแปลงข้อความเอกสารเป็นข้อความดิจิทัลคืออะไร?
OCR คือเทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์แปลงข้อมูลจากเอกสารกระดาษหรือไฟล์ภาพ ให้เป็นข้อความดิจิทัลซึ่งนำข้อมูลที่ได้ไปจัดเก็บ ค้นหาและแก้ไขได้ โดยกระบวนการทำงานของ OCR เริ่มจากการสแกนเอกสาร จากนั้นระบบจะวิเคราะห์และแยกแยะตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ แล้วแปลงเป็นข้อความดิจิทัล
อธิบายให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ คือ เหมือนมีคนมานั่งพิมพ์ข้อมูลจากเอกสารให้คุณโดยอัตโนมัตินั่นเอง
ความสำคัญของเทคโนโลยี AI : OCR
การป้อนข้อมูลด้วยมือมักมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ เนื่องจากอาจเกิดความผิดพลาดจากการเสียสมาธิหรือความเหนื่อยล้าได้ง่าย ในทางตรงกันข้าม ระบบ AI : OCR มีความแม่นยำและรวดเร็วกว่า แม้ว่าประสิทธิภาพอาจขึ้นอยู่กับคุณภาพของรูปภาพหรือเอกสารที่ป้อนเข้าไป
OCR ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้อมูลจำนวนมากหรือที่ต้องการความแม่นยำสูง นอกจากนี้ยังเพิ่มความคล่องตัวการจัดการข้อมูล ทำให้องค์กรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ OCR จึงเหมาะสมกับงานที่ต้องการความถูกต้องสูงและมีปริมาณข้อมูลมาก
การนำเทคโนโลยี OCR มาใช้ในองค์กรสร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่สูงขึ้น เนื่องจากช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรสำหรับจัดการเอกสาร ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงและใช้งานข้อมูล ส่งผลให้องค์กรสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
ลดต้นทุนจัดการเอกสาร
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การเพิ่มรายได้และโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ
OCR ในกลุ่มธุรกิจการเงิน / การธนาคาร - การประมวลผลเอกสารการเงินและการจัดการใบแจ้งหนี้
OCR ในกลุ่มการแพทย์ / โรงพยาบาล -การจัดการบันทึกทางการแพทย์และเอกสารผู้ป่วย
OCR ในกลุ่มกฎหมาย - เอกสารทางกฎหมายและการจัดการสัญญา
OCR ในกลุ่มหน่วยงานรัฐ - การประมวลผลเอกสารของภาครัฐและหน่วยงานราชการ
OCR ในกลุ่มธุรกิจ Supply Chain - เอกสารด้าน Supply Chain และโลจิสติกส์
การนำ OCR มาใช้ในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่ม ROI แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสำหรับการยกระดับมาตรฐานการทำงานสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันทวีความรุนแรง การปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
ถึงเวลาแล้วที่องค์กรของคุณจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการนำ OCR มาใช้เพื่อปลดล็อกศักยภาพการจัดการข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน อย่าปล่อยให้โอกาสพัฒนาธุรกิจของคุณหลุดลอยไป เริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลด้วย OCR วันนี้ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่สดใสกว่าของธุรกิจคุณ