
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เดือน มิ.ย.66 เป็นต้นไป จะเริ่มต้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ หลังจากไทย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความโปร่งใสทางภาษีผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีระหว่างประเทศ ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่มีสมาชิก 168 ประเทศ มาตั้งแต่ปี 60 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยในเวทีโลกทางด้านภาษี
สำหรับการเข้าเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมือนี้ กรมจะต้องยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้รับข้อมูลจากสรรพากรต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้ในประเทศ และนำมาใช้บริหารจัดเก็บภาษีภายในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีนี้มี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.แลกเปลี่ยนข้อมูลแบบร้องขอ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะรายผู้เสียภาษี ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
2.แลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไม่ได้ร้องขอให้แก่ประเทศคู่สัญญา เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดเก็บภาษีของประเทศคู่สัญญา
3.แลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติให้ประเทศคู่สัญญาเป็นรายปี โดยไม่ต้องร้องขอ ซึ่งกรมอยู่ระหว่างเตรียมการด้านกระบวนงานและระบบงานต่างๆ เพื่อให้พร้อมแลกเปลี่ยน เช่น ข้อมูลรายประเทศที่กรมเปิดให้บริษัทข้ามชาติยื่นรายงานข้อมูลรอบบัญชีปี 64 ก่อนที่กรมจะนำไปแลกเปลี่ยนกับ 96 ประเทศตั้งแต่เดือน มิ.ย.66 ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดเก็บภาษีของไทยมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีข้ามชาติ รวมถึงส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการลงทุนระหว่างประเทศ เป็นต้น
“การเป็นสมาชิกความตกลงด้านภาษีโลก เป็นการแสดงจุดยืนที่สำคัญในการยกระดับความโปร่งใส และความเป็นธรรมด้านการบริหารจัดเก็บภาษีของประเทศ ป้องกันการเลี่ยงภาษีโดยการโยกย้ายเงิน หรือสินทรัพย์ไปเก็บไว้ที่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศต่างๆที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลชุดนี้แล้ว พบผลในเชิงบวกมาก ทำให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้ผู้เสียภาษีแสดงรายการสินทรัพย์ต่างๆที่มีอยู่ในต่างประเทศด้วยความสมัครใจ”.