
"กาจผจญ" ผู้ว่ารฟม. สั่งลุยสร้างรถไฟฟ้าใหม่ 4 สายทาง "น้ำตาล-เทา-เงิน-ฟ้า" ในปี 72 หลังสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก-ตก พ่วงสีม่วงใต้เสร็จ ครบพร้อมเปิดใช้งานปี 73 หนุนคนกรุงเดินทางเชื่อมต่อ รถไฟฟ้าเฟสแรกครบ 9 สี 14 เส้นทางระยะทาง รวม 279.84 กม. ทั่วกรุง
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า ภายหลังจากที่ รฟม.ได้มีการก่อสร้างระบบโครงข่ายทางรางให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (Mass Rapid Transit Master Plan in Bangkok Metropolitan Region : M-Map)
ในส่วนของระยะที่ 1 ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้วเสร็จและจะเปิดให้ใช้งานเพิ่มอีก 3 สายทาง คือ
ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะทำให้ในปี 73 ประชาชนสามารถเดินทางโดยใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 1 ครบรวมทั้งหมดกว่า 9 สี 14 เส้นทาง ระยะทางรวมกว่า 279.84 กิโลเมตร (กม.) ครอบคลุมทั่วเมืองกรุงฯ
นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งงานระบบ โดยขบวนรถไฟขบวนแรกจะส่งมอบในเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะทยอยส่งมอบขบวนที่เหลือครบ 16 ขบวน ภายในพฤษภาคม 70 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบทั้งหมด และจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้เสมือนจริงได้ภายในปี 70
และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์เก็บค่าโดยสารในเดือนมกราคม 71 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-บางขุนนนท์ ซึ่งการก่อสร้างจะดำเนินการตามหลังมา และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 73
ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ปัจจุบัน พบว่า งานก่อสร้างโยธาคืบหน้าไปอย่างมากและคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 70 ส่วนงานระบบและขบวนรถไฟฟ้าจะเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP Gross Cost) ในลักษณะเดียวกับสายสีม่วงส่วนเหนือ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทบทวนรายงานเพื่อให้สอดรับกับนโยบายค่าโดยสารและระบบตั๋วร่วม โดยคาดว่าจะเสนอขอความเห็นชอบรูปแบบการลงทุนต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงปลายปีนี้-ต้นปี 70 และตั้งเป้าเปิดเดินรถได้ในปี 73
นายกาจผจญ กล่าวอีกว่า เมื่อโครงการรถไฟฟ้าในเฟส 1 สร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว ดังนั้น ทางกระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายที่จะให้ รฟม.ดำเนินการในโครงการรถไฟฟ้าในระยะที่ 2 หรือรถไฟฟ้าสายใหม่อีก 4 เส้นทางต่อทันที ซึ่งรถไฟฟ้าสายใหม่จะประกอบไปด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนั้น เส้นทางทางไฟฟ้าจะอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจ หรือถนนเกษตร-นวมินทร์ แม้จะผ่านการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากแนวเส้นทางซ้อนทับกับโครงการทางพิเศษสายเหนือของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายให้บูรณาการงานก่อสร้างร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้ถนน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอ กทพ. ปรับรูปแบบการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้ในปี 72
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อนั้น ยอมรับว่า รฟม. ได้เริ่มศึกษารอบใหม่มาได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาแล้วเสร็จใน 1 ปี ซึ่งที่ผ่านมารถไฟฟ้าสายสีเงินเป็นการทบทวนผลศึกษาเดิมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่รายงาน EIA หมดอายุลงและสภาพกายภาพของพื้นที่เปลี่ยนไปอย่างมากจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังรอความชัดเจนในการพัฒนาอาคารผู้โดยสารด้านใต้ (South Terminal) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จึงต้องศึกษารูปแบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (Light Rail) และการเชื่อมต่อทางกายภาพเข้าสู่ South Terminal สุวรรณภูมิ ส่วนสายสีเทา ซึ่งเดิม กทม. ออกแบบไว้เป็นระบบโมโนเรล (Monorail) ก็จะต้องนำมาทบทวนทางกายภาพใหม่เช่นกัน
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ถือเป็นเส้นทางรองสำหรับเชื่อมต่อ ซึ่ง รฟม. วางแผนจะนำมาพิจารณาความเหมาะสมในการศึกษาพัฒนาอีกครั้งในราวปี 72