
นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของประชากรไทย ปี 2567 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ดื่มสุรามีทั้งสิ้น 20.9 ล้านคน คิดเป็น 35.2% ของประชากรทั้งหมด เป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบ 17 ปี โดยย้อนหลังไปในปี 2550 คนไทยดื่มสุราที่ 15.3 ล้านคนหรือ30% ของประชากรทั้งหมดขณะนั้น ส่วนปี 2564 มีคนไทยดื่มสุราที่ 28 ล้านคน หรือ 28% ของประชากร โดยคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดื่มสุรามากที่สุดคิดเป็น 43.4% รองลงมาเป็นภาคเหนือ 42.1% ภาคตะวันออก 35.6% คนกรุงเทพดื่มในสัดส่วน 32.9% คนที่ดื่มน้อยที่สุด เป็นภาคใต้จังหวัดชายแดนที่ 4.5% ส่วนสุราที่คนไทยนิยมดื่ม ประกอบด้วย เบียร์และคราฟเบียร์ ครองความนิยม 58.3% รองลงมาเป็นสุราขาว สุรากลั่นชุมชน 24.2% และสุราสี สุราแดง 14.5%เป็นต้น
“จังหวัดที่มีการดื่มเหล้าสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น 64.1%, ลำปาง 59.5%, มหาสารคาม 56.0%, เชียงราย 53.7% และพะเยา 53.6% จังหวัดที่มีอัตราดื่มเหล้าต่ำที่สุด ได้แก่ ปัตตานี 3.8%, นราธิวาส 4.3%, ยะลา 5.8%, สตูล 7.9% พังงา 15.2%”
สำหรับ จำนวนประชากรวัย 15 ปีขึ้นไป ที่สูบบุหรี่ในปี 2567 มี 9.8 ล้านคน คิดเป็น 16.5% ของประชากรไทย และเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี โดยปี 2550 คนไทยสูบบุหรี่ที่ 10.8 ล้านคนหรือ 21.2% ของประชากรขณะนั้น จากนั้นตัวเลขลดลง และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเรื่อยมา จนเมื่อปี 2564 อยู่ที่ 9.9 ล้านคนหรือ 17.4%โดยคนภาคใต้และภาคใต้ชายแดนสูบบุหรี่มากที่สุด ในสัดส่วนเท่ากัน 22.2% เป็นต้น