Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

จับตา “ยานยนต์” หลัง “ทรัมป์” ขึ้นภาษี

Date Time: 28 มี.ค. 2568 07:00 น.

Summary

  • รองนายกฯ "พิชัย" ชี้กรณี ปธน.ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้า 25% ต้องจับตาดูว่าเป็นผลกระทบของสินค้าประเภทไหน ต้องมาดูในเรื่องของสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ ส่วนตัวอื่นๆ ก็ต้องดูว่าแต่ละเรื่องเรากระทบอย่างไร

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่จะถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีตามนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าขณะนี้คณะทำงานมีการทำงานในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง


โดยขณะนี้เราก็โฟกัสไปในวันที่ 2 เม.ย.ที่จะถึงนี้ว่าการประกาศของสหรัฐฯ จะมีรายชื่อประเทศใดและมีเรื่องใดบ้างที่จะส่งผลกระทบกับประเทศไทย โดยในระยะสั้นนี้เราให้ความสำคัญกับเรื่องของภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่จะกระทบกับไทยก่อนในระยะสั้น ส่วนสินค้าอย่างอื่นก็ต้องดูผลกระทบต่อไป


“วันนี้ที่ทรัมป์ประกาศขึ้นมาแล้วคือเรื่องของรถยนต์ ซึ่งเราก็ต้องมาดูก่อนเลยว่าเป็นผลกระทบของสินค้าประเภทไหน ซึ่งต้องมาดูในเรื่องของสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ ส่วนตัวอื่นๆ เราก็ต้องดูว่าแต่ละเรื่องเรากระทบอย่างไร กังวลเกินไปหรือเปล่าเพราะว่าทรัมป์ต้องการให้เกิดการผลิตรถยนต์ในประเทศ หากมากีดกันไม่ให้เราส่งไปเขาจะกระทบอย่างไร” นายพิชัย กล่าว


สำหรับแนวทางนั้นอาจมาในแง่ของการเจรจา สหรัฐฯ อาจชวนผู้ประกอบการไทยไปตั้งฐานการผลิตที่สหรัฐฯ หากผู้ประกอบการของเรามีความสามารถในการที่จะไปลงทุนได้ เราก็ไปลงทุนที่สหรัฐฯ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหา ซึ่งตอนนี้กำลังดูในหลายๆ รูปแบบ เพราะสินค้าบางอย่างนั้นผลกระทบไม่ได้เกิดกับไทยโดยตรง หรือเกิดทันที อาจจะกระทบเป็นเฟส 2 และเฟส 3 เพราะอาจไม่ได้กระทบกับไทยทุกตัวสินค้าที่มีการประกาศขึ้นภาษีจากสหรัฐฯ


ด้าน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่) มีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ (รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า) ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติอนุมัติหลักการถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 โดยให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศไทย และให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่าสำหรับรายจ่ายเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ประกอบสำเร็จรูปและนำเข้ามาทั้งคัน ตามที่กระทรวงการคลัง โดยผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้แก่ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)