
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ครั้งที่ 2/2564 ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯได้พิจารณาเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพิ่มจำนวน 10 พื้นที่ ประกอบด้วย
1.เมืองอัจฉริยะย่านพระราม 4 กรุงเทพฯ
2.โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบคลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพฯ
3.เมืองอัจฉริยะมักกะสันเพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน กรุงเทพฯ
4.การพัฒนาเมืองเก่าอย่างชาญฉลาด เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
5.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมืองอัจฉริยะ ความเป็นเลิศที่ยั่งยืนสู่ชุมชน จังหวัดเชียงใหม่
6.เมืองศรีตรัง จังหวัดตรัง
7.ยะลาเมืองอัจฉริยะเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา
8.ฉะเชิงเทรา เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา
9.แสนสุขสมาร์ทซิตี้ เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี
10.นครสวรรค์สมาร์ทซิตี้ เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพิจารณาร่างแผนงบประมาณบูรณาการเมืองอัจฉริยะประเทศไทย เพื่อเป็นกลไกด้านงบประมาณสำหรับพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณาจัดตั้งงบบูรณาการเมืองอัจฉริยะต่อไป
นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีเมืองอัจฉริยะที่ผ่านการอนุมัติรวม 15 เมือง โดยที่ประชุมได้กำหนดกรอบการดำเนินงานของเมืองอัจฉริยะใหม่ให้เป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2566 โดยเบื้องต้นวงเงินที่ทั้ง 15 เมืองขอสนับสนุนมารวมกันอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท
นอกจากนั้น ในเดือน พ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรียังจะมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ ให้แก่ 15 เมืองดังกล่าว โดย 5 เมืองอัจฉริยะแรกที่ได้รับการเสนอชื่อไปก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ค.2564 ได้แก่ สามย่านสมาร์ทซิตี้ ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ และภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ.