
บางครั้งธุรกิจบ้างธุรกิจ...ที่วันหนึ่งต้องเดินทางมาถึงจุดที่ต้องส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อส่งต่อความสำเร็จทางธุรกิจให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป
แต่ก็ใช่ว่ารุ่นที่มารับไม้ต่อ จะทำสำเร็จได้โดยง่ายเฉกเช่นอย่างที่ผ่านมา เนื่องด้วยโลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงพฤติกรรมมนุษย์ที่ดำรงชีวิตตามไลฟ์สไตล์ตนเองมากขึ้น
นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือรุ่นที่มารับดูแลธุรกิจต่อนั้น ต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมทุ่มเทที่จะทำธุรกิจนั้นเต็มที่
จุดสำคัญอีกอย่างคือ การนำความรู้ ความน่าสนใจในยุคของตนเอง มาพัฒนาต่อยอดธุรกิจของทางบ้านให้ก้าวทันโลก ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก
Business On My Way สัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จักสาวสวยคนเก่ง “คุณนุ่น” (ณฐมน ธนภัคจิรากุล) สาววัย 29 ปี ทายาทเจ้าของสวนทุเรียนเมืองจันท์ ดีกรีจบการศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท MSc Marketing and Management, University of East Anglia (London) ที่วันนี้ต้องก้าวมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว ต่อยอดสร้างแบรนด์ “บ้านสวนทุเรียน” จำหน่ายทุเรียนคุณภาพแบบแกะเนื้อล้วน
คุณนุ่น เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นที่บ้านทำธุรกิจสวนทุเรียนมากว่า 20 ปี โดยจะเป็นการขายผลสดมีทั้งส่งออกไปต่างประเทศ ประเทศหลักคือจีน โดยส่งออกปีละประมาณ 5,000-6,000 ตัน รวมถึงส่งขายในประเทศด้วย ซึ่งนุ่นก็จะคลุกคลีกับทุเรียนอยู่ตลอด
กระทั่งช่วงหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ นุ่นได้มีโอกาสไปเรียนภาษาที่เซี่ยงไฮ้ประเทศจีนประมาณ 1 ปี ซึ่งไปเห็นว่าตลาดทุเรียนที่นั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก บวกกับไปเห็นว่าที่จีนกระแสการใช้ระบบออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลกับกลุ่มผู้บริโภคมาก
ทำให้เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงปิ๊งไอเดียอยากที่จะนำทุเรียนขึ้นมาขายในรูปแบบตลาดออนไลน์ เพราะปัจจุบันโซเชียลมีเดีย ถือเป็นอีกเครื่องมือที่ทรงพลังและมีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น
ทั้งนี้หากถามว่าสภาวะการแข่งขันในธุรกิจทุเรียนเป็นอย่างไรบ้าง คุณนุ่น เล่าว่า ถือว่าแข่งขันกันดุเดือดอยู่ แต่ในส่วนของบ้านสวนทุเรียนนั้น จะยึดมั่นในเรื่องคุณภาพ มอบความจริงใจให้ลูกค้า ซึ่งนุ่นจะได้เปรียบเพราะมีสวนเป็นของตนเองรวมทั้งสวนที่ไปติดต่อให้ร่วมเป็นพันธมิตร ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้
คุณนุ่น เล่าว่า ทุเรียนบ้านสวนจะให้ความสำคัญเรื่องหลักๆอยู่ 3 เรื่อง 1.เรื่องของราคาจำหน่าย ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภค สมเหตุสมผล โดยจะไม่ตั้งราคาที่สูงเพื่อหวังแต่เอากำไร โดยเดิมทีผู้บริโภคจะติดภาพว่าอยากทานทุเรียนที่ดีมีคุณภาพ ต้องแลกมาซึ่งราคาที่สูงมากๆ จึงจะได้ทานเกรดพรีเมียม โดยทุเรียนที่จำหน่ายตอนนี้มี 4 สายพันธุ์ คือ หมอนทอง, พวงมณี, ก้านยาว และชะนี โดยราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 600-1,200 บาท (ราคาแล้วแต่สายพันธุ์ทุเรียน)
2.เรื่องคุณภาพ โดยทางนุ่นจะให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก โดยผู้บริโภคสามารถสั่งได้ว่าจะทานทุเรียนแบบไหนเสมือนไปยืนเลือกเองที่สวน อาทิ สุกประมาณ 80% ชอบแบบกรอบนอกนุ่มใน แบบสุกแต่ไม่เละ เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคทุกคนจะมีความชอบที่ต่างกันออกไป ซึ่งทางบ้านสวนทุเรียนจะให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก
รวมถึงกระบวนการจัดส่งที่มีคุณภาพ เสมือนได้ทานทุเรียนสดใหม่ตัดมาจากสวน โดยเปิดรับออเดอร์สั่งวันนี้พรุ่งนี้ได้ทาน จัดส่งโดยใช้บริการผ่านดีลิเวอรีเอกชนค่าบริการคิดตามจริงผ่านแอปฯ โดยผลิตภัณฑ์จัดทำที่ตลาดไทและนำมาส่งที่โซนลาดพร้าวเป็นศูนย์กลางกระจายต่อไป เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการจัดส่งให้ผู้บริโภค 3.ในด้านแพ็กเกจจิ้ง เลือกใช้กล่องกระดาษดีไซน์สวย ดูดี มีความทนทาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถใส่มอบเป็นของฝากได้
คุณนุ่น เล่าว่า นอกจากนี้ยังมีแผนแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ทำทุเรียนอบกรอบหลากรสชาติ เช่น รสทรัฟเฟิล รสปาปริก้า และรสเนยกระเทียม ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมแผนหาโรงงาน ทำการทดลองรสชาติที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในเร็วๆนี้ รวมถึงจะนำไปขยายตลาดที่จีน โดยที่จีนช่วงแรกจะส่งออกทุเรียนแบบแกะเนื้อล้วนไปจำหน่ายก่อน ซึ่งก็จะจัดส่งทางเครื่องบินคาด 2 วันน่าจะถึงที่จีน รวมถึงพัฒนาผลไม้อบแห้งต่างๆ ภายใต้แบรนด์ “ธนา ฟรุตส์” อีกด้วย
งานนี้ใครอยากลิ้มลองรสชาติ “บ้านสวนทุเรียน” ก็ได้กดสั่งหรือดูกันได้ทางเฟซบุ๊ก : baansuandurianTH อินสตาแกรม : @baansuandurian ได้เลยนะ!!