
“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินหน้าสู่การครบรอบ 10 ปีของสโมสร เปิดตัวเสื้อสโมสร 10 ปี ผลิตจากขวดพลาสติก พร้อมใส่แนวคิดสะท้อนการสร้างเมืองบุรีรัมย์ ด้วยกีฬาฟุตบอลควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กีฬารักษ์โลก
นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้เดินหน้าสู่การครบรอบ 10 ปีสโมสร ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ สโมสรก็ผ่านความท้าทายยากลำบากมาพอสมควร กระทั่งวันนี้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ได้พิสูจน์ให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้เห็นแล้วว่า เราเป็นสโมสรทีมฟุตบอลแถวหน้าของเมืองไทย
“เดิมทีจังหวัดบุรีรัมย์พูดได้เลยว่าเป็นจังหวัดที่ไม่มีใครพูดถึง คนไม่ค่อยรู้จัก รวมถึงไม่ค่อยมีใครคิดจะไปเยือน หรือไปเที่ยว แต่หลังจากที่ผมทุ่มเทปลุกปั้นให้จังหวัดนี้ มีความโดดเด่นในเรื่องกีฬาอย่างฟุตบอล จัดตั้งทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือปราสาทสายฟ้า จังหวัดบุรีรัมย์ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คนรักฟุตบอล จนวันนี้นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว ก็มีในส่วนของสนามแข่งรถ ที่รองรับการแข่งขันกีฬาท้าความเร็ว มอเตอร์สปอร์ต อาทิ โมโต–จีพี รายการแข่งขันระดับโลก”
ในยุคแรกที่ปลุกปั้นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แมตช์การแข่งขันแรกๆ ผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็นคนบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง โดยเขาเหล่านั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าฟุตบอลกติกาเขาเป็นอย่างไร ล้ำหน้าคืออะไร ถึงขนาดบางคนใส่ผ้าถุงมาชมก็มี มาร้องเพลงสามช่า ตีกลองเสียงดัง
แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มให้เขาเรียนรู้ซึมซับวัฒนธรรมการเชียร์บอล สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบุรีรัมย์ รวมถึงสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ได้มีงานทำ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ รวมถึง นำความเจริญมาสู่ท้องถิ่น
นายเนวิน กล่าวว่า นอกจากการใส่ใจในเรื่องการปลุกปั้นตัวสโมสรแล้ว ในเรื่องการสร้างทีมฟุตบอลที่มีความสามัคคี และทรงประสิทธิภาพเวลาลงแข่งขันก็เป็นสิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญมาก โดยมีการตั้งอะคาเดมีฟุตบอล เพื่อฝึกและเฟ้นหานักบอลกันตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเขาก็จะมีความรักและเข้าใจวัฒนธรรมในตัวสโมสรเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ในโอกาสที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินทางครบ 10 ปี ทางสโมสรก็ได้ออกแคมเปญพิเศษโดยการผลิตเสื้อแข่งขันขึ้นจากขวดพลาสติกที่เป็นปัญหาขยะต่อระบบนิเวศโลก ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญถึงการตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าที่ระลึกสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาเสื้อจากขวดพลาสติกนั้น ทางสโมสรได้ร่วมพัฒนากับบริษัท นันยางการทออุตสาหกรรม จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีผ้า Syntrel (เท็กซ์ไทล์) และเป็นผู้ผลิตเสื้อให้สโมสรมาโดยตลอด โดยเสื้อที่ผลิตนั้นเป็นการนำขวดน้ำ PET แบรนด์ “ช้าง” ผู้สนับสนุนหลักสโมสร จำนวน 17 ขวดมาผลิตเป็นเสื้อฟุตบอล
สำหรับเสื้อที่จะผลิตออกมาในส่วนตัวเนื้อผ้านั้นจะผลิตมาจากเส้นใย recycle ที่ถักทอมาจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว เป็นอีกหนึ่งความใส่ใจต่อแฟนบอล ต่อสาธารณะและโลกของเรา โดยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในแบบของชาวบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ “เรามีเรา” แบบนี้ตลอดไป
ทั้งนี้ เส้นใย recycle ที่ผ่านกระบวนการ และเทคโนโลยีให้ได้เส้นใยในระดับ performance เพื่อให้สวมใส่สบาย ทั้งยามเล่นกีฬาและทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ ตัว tag สินค้าต่างๆในคอลเลกชันเสื้อ 10 ปี ยังใช้กระดาษฟางข้าว ซึ่งผสมเมล็ดพันธุ์พืชเอาไว้แฟนบอลที่ซื้อไปสามารถนำไปแช่น้ำและปลูกเป็นต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเชียวให้โลกได้อีกด้วย
“เสื้อฉลองครบรอบ 10 ปีของสโมสร ผลิตขึ้นเพียง 20,000 ตัว จะเป็นชุดเกราะให้กับเหล่าขุนพลปราสาทสายฟ้าใช้สวมใส่ลงแข่งขันในศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ในเกมที่จะเปิดช้าง อารีนา รับการมาเยือนของชัยนาทฮอร์นบิล ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นเสื้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจากสโลแกนของสโมสร Breath of Buriram ที่สำคัญเสื้อคอลเลกชันนี้ยังออกแบบลายผ้าเป็นแผนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อบ่งชี้แสดงให้เห็นว่า จังหวัดบุรีรัมย์เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของประเทศไทยที่เติบโตมาด้วยการสร้างเมืองด้วยกีฬา ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยนับจากนี้ไป สินค้าเสื้อผ้าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะผลิตจากนวัตกรรมขวดพลาสติกทุกชิ้น”
น.ส.ชิดชนกกล่าวว่า เสื้อของสโมสรมียอดขายเฉลี่ยปีละ 800,000 ตัว โดยการทำเสื้อจากขวดพลาสติกก็ยอมรับว่าทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าเดิม 30% แต่เราไม่ขึ้นราคาโดยยังจำหน่ายในราคาเดิม ถือเป็นการมอบสิ่งดีๆให้แฟนบอล พร้อมกับดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ทั้งนี้ เสื้อแข่ง JERSEY สนนราคาที่ 790 บาท, เสื้อยืดมี 2 สี กรมท่า, ดำ สนนราคา 590 บาท, เสื้อแจ็กเกต มี 2 สี กรมท่า, ดำ สนนราคา 1,490 บาท นอกจากนี้ ยังมี SPECIAL SET 10 ปี ประกอบด้วย เสื้อแข่ง JERSEY 1 ตัว, กระเป๋า VINYL BAG 1 ใบ, ตุ๊กตาธันเด้อที่ออกแบบมาพิเศษใส่เสื้อแข่ง 10 ปี 1 ตัว และ MINI FLAG ธงแลกขนาดพิเศษ 1 ผืน สนนราคาที่ 1,990 บาท
ท้ายสุดเนื่องจากเป็นสินค้า Limited Edition (จำนวนจำกัด) แฟนบอลสามารถสั่งจองล่วงหน้าเป็นเจ้าของได้ทางช่องทางออนไลน์ที่ https://buriram.shop ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อีกทั้งยังสั่งจองได้ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมกาสโตร์ สาขาสยามสแควร์ และสาขาช้าง อารีนา โดยสินค้าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ต.ค.2562.