Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR

รอบรั้วการตลาด : พัทยาฟู้ด ส่ง REMY ขนมสำหรับสัตว์ฟันแทะ บุกตลาด Exotic ในไทย

Date Time: 26 มี.ค. 2568 07:00 น.

Summary

  • พัทยาฟู้ด ส่งเรมี่ บุกตลาด Exotic เปิดตัวขนมสุขภาพสัตว์ฟันแทะ 3 สูตร แบรนด์แรกในไทย ภายใต้ คอนเซปท์ Healthy Berry Plus Vit C

นางสาวสุดาทิพ เกียรติศรีชาติ กรรมการ กลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด กล่าวว่า แบรนด์ REMY เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด (PFG - Pataya Food Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารระดับโลกกว่า 46 ปี และโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ หนึ่งในโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อบริษัท เรมี่ เพ็ท (Remy Pet) จำกัด

โดยเราได้เปิดตัวแบรนด์ REMY อาหารน้องหมาน้องแมวเพื่อสุขภาพ ในปี 2566 มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานนักโภชนาการ สัตว์เลี้ยง ด้วยคอนเซ็ปต์ Recipe for My Love - สุขภาพดี ที่ให้ด้วยรัก ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการเลือกวัตถุดิบและสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง

สำหรับแบรนด์ REMY ได้รับการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก เนื่องจากจุดเด่นของสินค้า REMY ทุกสูตรที่ช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการอย่างน้อย 2 ชนิด โดยคัดสรรวัตถุดิบในเกรดเดียวกับอาหารมนุษย์ (Human Grade) ไม่เติมเกลือ น้ำตาล หรือวัตถุกันเสีย มีประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ได้แก่ อาหารแมว อาหารสุนัข และขนมสำหรับสัตว์ฟันแทะ

โดยมีการวิจัยและพัฒนาสูตรร่วมกับนักโภชนาการตามความต้องการของสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือกลุ่มอาหารเสริมระบบย่อยอาหาร (Digestive System) รองลงมาเป็นสูตรเสริมภูมิคุ้มกัน (Immune) และสูตรเสริมข้อและกระดูก (Bone and Joint) ลูกค้าหลายรายกลับมาซื้อซ้ำเนื่องจากความพึงพอใจในรสชาติและผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนในการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

นางสาวสุดาทิพ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย – ตลาดสัตว์เลี้ยงปี 2568 คาดว่า ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 3.98 แสนตัน ขยายตัว 6% จากปีก่อน ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น จำนวนสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยในปี 2568 คาดว่า สัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของมีอยู่ราว 5.38 ล้านตัว เพิ่มขึ้นราว 6% แบ่งเป็นสุนัข 3.45 ล้านตัว แมว 1.94 ล้านตัว ส่งผลให้ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 76% จะอยู่ในกลุ่มอาหารสุนัข

แต่ในอนาคต คาดว่า สัดส่วนยอดขายอาหารแมวน่าจะเพิ่มขึ้น จากความนิยมเลี้ยงแมวที่มีมากขึ้น สะท้อนได้จาก ในช่วงปี 2564-2567 จำนวนแมวที่เลี้ยงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 28% ต่อปี เทียบกับอัตราการเติบโตของสุนัขเลี้ยงที่ 19% ต่อปี การที่ REMY ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความเชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อและกลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด จึงเป็นการรับประกันคุณภาพและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

นายสัตวแพทย์เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษหรือ Exotic pet จากโรงพยาบาลสัตว์ Animal Space Hospital กล่าวเสริมว่า เทรนด์ของสัตว์เลี้ยงกลุ่มสัตว์แปลก - Exotic กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 15% ของตลาดอาหารสัตว์ทั้งหมด โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาค่อนข้างสูง และมีทางเลือกจำกัด

การร่วมมือกับ REMY PET ด้วย Passion ที่ต้องการพัฒนาอาหารและขนมที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มสัตว์แปลก ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของเจ้าของสัตว์ที่มีความต้องการ มีกำลังซื้อสูง และ มองหาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ เพื่อเป็นการมอบความรักและความใส่ใจแก่สัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง ในราคาที่เข้าถึงได้

โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Exotic ซึ่งเป็นขนมสำหรับสัตว์ฟันแทะ ในรูปแบบเจลลี่จากผลเบอร์รี่และสมุนไพรธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้แก่สัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนูแกสบี้ที่ไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้เอง ซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น อ่อนแอ ผิวหนังขน ไม่สวย ปวดข้อ ข้อบวม มีเลือดออกจากปาก และ เหงือกครับ สินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ของ REMY PET นี้ได้มีการเสริม Vitamin C เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเพิ่มขึ้น

REMY PET ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับความอร่อย แต่ยังใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ด้วยการพัฒนาอาหารที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมสำหรับสัตว์ทุกชนิด สู่การเป็นแบรนด์ที่ครองใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ในปีนี้ REMY PET พร้อมที่จะขยายตลาดสู่ระดับสากล พร้อมรับมือกับเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่องทั้งประเทศไทยและทั่วโลกอีกด้วย

นายมินกู คัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอเอสเอ็มเอเอ็กซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ COSMAX ผู้นำด้านการผลิตสินค้าความงามระดับโลกมากกว่า 600 แบรนด์ จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมความงามทั้งในไทยและทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคยังได้รับอิทธิพลของ Social Media ที่กระตุ้นให้ผู้คนใส่ใจในเรื่องความสวยความงามและบุคลิกภาพมากขึ้น

โดยข้อมูลจาก Euromonitor คาดการณ์ว่าในปี 2025 ตลาด Beauty and Personal Care ในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 3.03 แสนล้านบาท ดังนั้นการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของ COSMAX จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิต เพื่อรองรับตลาดเครื่องสำอางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีสากล และส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตสินค้าความงาม OEM/ODM ของอาเซียน



ในปีที่ผ่านมา COSMAX มีอัตราการเติบโต 65.4% และเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี 16.1% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ COSMAX ประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างต่อเนื่องคือ ความนิยมในการใช้เครื่องสำอางที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ตลาดเครื่องสำอางขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ไม่ว่าจะเป็น Influencers ที่สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งแบรนด์เครื่องสำอางน้องใหม่ ที่ก้าวเข้าลงทุนและแข่งขันในตลาดนี้

แม้จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นแต่ COSMAX ยังสามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคง ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ โดยมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิต ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับก่อสร้างโรงงานใหม่ COSMAX Thailand ได้ลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 35,995 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่คลังสินค้า 5,560 ตารางเมตร และพื้นที่ฝ่ายการผลิต 30,435 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากเดิม คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และการก่อสร้างโรงงานครั้งนี้มีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดในประเทศ และต่างประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม นับเป็นก้าวสำคัญของ COSMAX Thailand เพื่อขยายกำลังการผลิตครอบคลุมในทุกเซกเม้นต์ เครื่องสำอาง Makeup ประเภทต่างๆ สกินแคร์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทันสมัยมาใช้ภายในโรงงาน เช่น ระบบ Real Time Management และ SAP รวมถึงหุ่นยนต์และ AGV (Automated Guided Vehicle) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของมนุษย์อีกด้วย

นอกจากนี้การเปิดโรงงานผลิตเครื่องสำอางแห่งใหม่ของ COSMAX Thailand ยังส่งผลสำคัญด้าน เศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเพิ่มตำแหน่งงานกว่า 400 ตำแหน่ง พร้อมส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่นผ่านการซื้อวัตถุดิบจาก ผู้ผลิตในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วย รองรับตลาดความงามที่เติบโต แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้กับผู้ที่ต้องการผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์ เทรนด์เครื่องสำอาง 2025 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) ให้บริการเที่ยวบินพิเศษ 2 เที่ยว ได้แก่ VJ2875 และ VJ2877 ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A330 และ A321 ขนส่งทีมกู้ภัยเวียดนามสู่เมียนมา เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการบรรเทาทุกข์จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาร์ เที่ยวบินทั้งสองออกจากท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย ฮานอย สู่ ย่างกุ้ง ในช่วงบ่ายของวันที่ 30 มีนาคม 2568 พร้อมเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะและกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม

โดยเวียตเจ็ทเร่งดำเนินการขออนุญาตบินและเตรียมความพร้อมด้านเทคนิคอย่างรวดเร็ว โดยมอบหมายลูกเรือและพนักงานที่มีประสบการณ์สนับสนุนภารกิจนี้ เที่ยวบินดังกล่าวขนส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวน 106 นาย พร้อมสุนัขค้นหาและอุปกรณ์ช่วยเหลือกว่า 60 ตัน อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหาร เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอีกด้วย


เราใช้คุ้กกี้

เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมคลิก(Privacy Policy) และ (Cookie Policy)