ถอดรหัสน้ำส้มในสหรัฐฯ ทำไมถึงวิกฤติ ราคาแพงสุดประวัติการณ์

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ถอดรหัสน้ำส้มในสหรัฐฯ ทำไมถึงวิกฤติ ราคาแพงสุดประวัติการณ์

Date Time: 25 ก.ค. 2566 14:40 น.

Video

อธิบายทีเดียวว่า ทำไมฟองสบู่ AI จะไม่แตกซ้ำรอยดอทคอม? | Digital Frontiers EP.51

Summary

เมื่อศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง ลิซ่า แบล็กพิงก์ หรือ ลลิษา มโนบาล ได้โพสต์รูปตัวเองที่กำลังนั่งดื่มน้ำส้ม แน่นอนว่าน้ำส้มนี้ก็ดูเหมือนกับว่าจะเป็นสิ่งต่อไปที่เตรียมขายหมดแผง แต่กับน้ำส้มในสหรัฐฯ เห็นจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะมีกระแสข่าวจากสำนักข่าว Bloomberg ออกมาว่า “น้ำส้มแพง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

Latest


สำนักข่าว Bloomberg ได้มีการรายงานว่า ราคาน้ำส้มพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น และด้วยโรคกรีนนิ่งในส้มที่กำลังระบาด ในพื้นที่ฟลอริดา ซึ่งเป็นรัฐที่ผลิตส้มได้มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา และประเทศบราซิล เพราะเมื่อต้นส้มประสบปัญหาโรคนี้จะทำให้ต้นส้มไม่สามารถนำอาหารไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้ ทำให้ใบร่วง ผลส้มเสียหาย ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่ำลง ราคาน้ำส้มจึงพุ่งสูงขึ้นนั่นเอง โดยที่ราคาน้ำส้มที่ซื้อขายล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นถึง 1.8% โดยอยู่ที่ 3.052 ดอลลาร์ต่อปอนด์ในนิวยอร์ก

ซึ่งข้อมูลจาก World Data Pedia ระบุว่าเมื่อปลายปี 2022 ที่ผ่านมา ทั่วโลกสามารถผลิตส้มได้ราว 70-75 ล้านตัน หรือประมาณ 7.5 หมื่นล้านกิโลกรัมต่อปี และบราซิลคือประเทศที่ผลิตส้มได้มากที่สุดราว 16.7 ล้านตัน หรือ 16,707,897 ตัน 

จึงถือได้ว่าบราซิลเป็นผู้ส่งออกน้ำผลไม้รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยในปีนี้ได้มีการจัดส่งน้ำส้มไปยังสหรัฐฯ น้อยลงถึง 1.7% ตามรายงานของกระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เหตุผลมาจากโรคที่กำลังระบาดในพื้นที่บราซิลและฟลอริดา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต


“การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องในฟลอริดา และโอกาสในการกลับมาผลิตครั้งใหญ่สำหรับฤดูกาลใหม่นั้นมีจำกัด รวมทั้งมีสัญญาณบ่งชี้ว่าโรคนี้แพร่ระบาดมากขึ้นในบราซิลเช่นกัน ทำให้บราซิลต่างกำลังเผชิญกับปัญหาระยะยาวที่ส่งผลพืชผลของพวกเขา” Judy Ganes ประธานของ J. Ganes Consulting กล่าวกับ Bloomberg


ขณะเดียวกัน การบริโภคน้ำส้มลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากราคาขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้น ตามรายงานของบลูมเบิร์ก และจากรายงานของ Nielson ที่เผยแพร่โดย Florida Department of Citrus แสดงให้เห็นว่าราคาขายปลีกในเดือนนี้ของสหรัฐฯ สูงถึง 9 ดอลลาร์ต่อแกลลอน โดยเพิ่มขึ้นจากที่ต่ำกว่า 8 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว


ในขณะเดียวกันก็สวนทางกับราคาไข่และเบคอนที่ได้ลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยไข่ 1 โหลและเบคอน 1 ปอนด์มีราคาลดลงถึง 27% จากที่เคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดในเดือนมกราคม โดยการลดราคาลงนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง


และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 10 ครั้งในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา รวมทั้งนักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในรอบวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอลงอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง World Data PediaBusiness Insider


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ