
ชาวทวิตติดเทรนด์ "อาหารสำเร็จรูป" มากที่สุด รองลงมาคือเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน twitter ชี้ช่องแบรนด์ทำมาร์เก็ตติ้ง
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.64 ชานดาน ดีฟ หัวหน้าแผนก Emerging Business ของทวิตเตอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า โควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป รวมไปถึงผู้ใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทยด้วย เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคได้กลายมาเป็นบทสนทนาที่สำคัญ ทดลองใช้และแชร์ข้อมุลเกี่ยวกับสินค้า สาเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์หันมาเลือกใช้ทวิตเตอร์เปิดตัวสินค้า เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ
โดยทวิตเตอร์ได้วิจัยบทสนทนาที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคบนทวิตเตอร์ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 - 31 พ.ค.64 พบว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีบทสนทนาเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้ถูกพูดถึง 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน
หากเจาะลึกผลวิจัยผลิตภัณฑ์ยอดนิยมทั้ง 5 อันดับ ประกอบด้วย 1. ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป โดยอาหารสำเร็จรูป เป็นบทสนทนาอันดับ 1 บนทวิตเตอร์ในประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง และเติบโต 22% นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 63 ถึงไตรมาส 1 ปี 64 เป็นผลมาจากการล็อกดาวน์ รวมถึงคนไทยที่ใช้งานทวิตเตอร์ชอบพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับอาหาร ทั้งสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหาร ร้านอาหาร ไปจนถึงตัวเลือกในการช็อปปิ้งอาหารผ่านออนไลน์ นอกจากนี้มีนวัตกรรมสินค้าใหม่ที่แต่ละแบรนด์ทำออกมา การเปิดตัวสินค้าในทวิตเตอร์ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี
ในขณะที่บทสนทนาเกี่ยวกับการทำอาหารและการทำขนม เป็นหัวข้อยอดนิยมมาตั้งแต่ก่อนจะเกิดโควิด-19 แต่ในไตรมาสแรกของปี 64 บทสนทนาบนทวิตเตอร์ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะความนิยมเกี่ยวกับขนมขบเคี้ยว ของกินเล่น ความชื่นชอบในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกในอีคอมเมิร์ซ
2. เครื่องดื่ม เป็นบทสนทนาที่มักเชื่อมโยงกับอาหาร ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมาก จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ และรวมถึงการให้คนมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ อาทิ เป๊ก ผลิตโชค (@peckpalit) วงแบล็กพิงก์ (@BLACKPINK) และดาราไทยจากซีรีส์ F4 ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้กับแบรนด์และผู้บริโภคได้ โดยเทรนด์ของบทสนทนาเกี่ยวกับเครื่องดื่มในไตรมาสแรกของปี 64 จะนิยม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ช่วยในเรื่องของความงามและผิวพรรณ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน
3. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม วัฒนธรรมเป็นตัวจุดกระแสในบทสนทนาหัวข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีผมหรือสไตล์ทรงผมล่าสุดของศิลปินดารา K-pop และไอดอลไทย ที่ทำให้แฟนคลับเข้ามาพูดคุยและตอบรับกับกระแสอย่างต่อเนื่องบนทวิตเตอร์ มีวิวัฒนาการตั้งแต่การขายสินค้าและการรีวิวสินค้าในช่วงไตรมาสที่ 4/63 มาจนถึงการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในไตรมาสแรกของปี 64 มีการแชร์เคล็ดลับรวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ทวิตเตอร์กลายเป็นตลาดในการขายสินค้าและเป็นแหล่งข้อมูลใหม่ล่าสุดของเทรนด์ในการดูแลเส้นผม เนื่องจากคนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น
4. ผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว เป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมและแทบไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงถึง 62% และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชาย 38%
โดยกลุ่มเป้าหมายเปิดใจรับผลิตภัณฑ์ความงาม ทำให้ทวิตเตอร์กลายเป็นสถานที่สำหรับแบรนด์ต่างๆ ในการเปิดตัวสินค้าดูแลและบำรุงผิวตัวใหม่ล่าสุด คนไทยจึงรีบไปซื้อสินค้ามาลองใช้เพื่อแชร์ประสบการณ์ในการใช้งาน เพราะว่าคนไทยยังคงมองหาสินค้าที่จะมาใช้ในกิจวัตรการดูแลความงามของตัวเองอย่างต่อเนื่องในช่วงโควิด
เรื่องของสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาที่สำคัญเนื่องจากผู้คนหันมาใช้ทวิตเตอร์ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพผิว ตั้งแต่เรื่องสิว ไปจนถึงเรื่องของการมีผิวกระจ่างใสและขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องผิวพรรณ นอกจากความต้องการให้ผิวพรรณดูดี
5. ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน เมื่อโควิด-19 ระบาดช่วงแรก คนมุ่งความสนใจเรื่องการฆ่าเชื้อโรคในบ้าน ทำให้ติดอยู่ใน 5 อันดับบทสนทนาที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่าบทสนทนาในหัวข้อนี้จะลดน้อยลงไปในระดับหนึ่ง แต่การดูแลบ้านก็ยังเป็นหัวข้อที่อยู่บนทวิตเตอร์ประเทศไทย
การดูแลบ้านและการดูแลรักษาที่อยู่อาศัย จนถึงไตรมาสแรกปี 64 บทสนทนาเปลี่ยนเป็นเรื่องความงามเนื่องจากคนส่วนใหญ่หันมาโชว์การตกแต่งบ้านหรือห้องของตัวเองเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผลการวิจัยพบอีก 3 ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ 1. อีคอมเมิร์ช เติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด อีคอมเมิร์ซเป็นเพียงเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง แต่ปัจจุบันนี้อีคอมเมิร์ซและการส่งของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย ตลาดนัดขายของแบบเดิมเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ออนไลน์ และทวิตเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้บริโภคจะเข้ามาค้นหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบัน
2. ล็อกดาวน์บางส่วน กระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง การล็อกดาวน์บางส่วน ส่งผลให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่าย จากการวิจัยของทวิตเตอร์ พบว่า แม้จะผ่อนปรนมาตรการ เพื่อให้ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารเปิดให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการได้ แต่บทสนทนาบนทวิตเตอร์ยังคงพูดถึงเรื่องของการซื้อของที่สะดวกสบาย "อีคอมเมิร์ซ" จึงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ของผู้บริโภคไทยที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องในอนาคต
3. กลุ่มเป้าหมายของสินค้าต่างกัน แต่คล้ายคลึงกันบางเรื่อง ผู้หญิงจะมีอิทธิพลในบทสนทนายอดนิยม 5 อันดับแรกทั้งหมดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เท่ากันทั้งหมดในทุกบทสนทนา แต่จากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงจะทวีตข้อความเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่าผู้ชาย และนอกเหนือไปจากบทสนทนาที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค 5 อันดับแรก กลุ่มเป้าหมายก็ยังมีความคล้ายคลึงกันในบทสนทนาหัวข้ออื่นๆ เช่น โปรไฟล์ของกลุ่มเป้าหมายในเรื่องของดนตรีและศิลปะ
การวิจัยของทวิตเตอร์แสดงให้เห็นว่า เทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ความชื่นชอบที่เกิดจากความพึงพอใจในทันทีผ่านการซื้อของออนไลน์ และการช็อปปิ้งที่ร้านสะดวกซื้อ ทำให้เทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงต่อไปเรื่อยๆ
หากมองจากมุมมองของแบรนด์ ทวิตเตอร์ ถือเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่แบรนด์สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ โดยผู้ใช้งาน 71% ให้คะแนนในการโต้ตอบกับแบรนด์ว่า ดีหรือดีเยี่ยม มากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ และยังเป็นพื้นที่เปิดตัวสินค้าอุปโภคบริโภคใหม่ๆ โดยผู้ใช้งาน 77% ให้คะแนนที่ทวิตเตอร์นำเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากทวิตเตอร์ เพื่อทำความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต และสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้า โดยใช้เครื่องมือโฆษณาบนทวิตเตอร์ ประกอบกับบทสนทนาบนแพลตฟอร์มได้อีกด้วย