
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าในปีนี้ ส.อ.ท.ประมาณการยอดผลิตรถยนต์ลดลงจากปีที่ผ่านมาจำนวน 13,710 คัน จากที่ผลิตได้ 2,013,710 คัน ลดลง 0.68% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 1,000,000 คัน ลดลง 37,164 คัน คิดเป็น 3.58% จากที่ผลิตได้ 1,037,164 คัน เนื่องจากยังกังวลเรื่องสงครามการค้าที่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะยุติ ค่าเงินบาทแข็ง และความขัดแย้งระหว่างประเทศในบางภูมิภาค ขณะที่เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,000,000 คัน เพิ่มขึ้น 23,454 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.4% จากที่ผลิตได้ 976,546 คัน เพราะการผลิตรถอีโคคาร์รุ่นใหม่ๆหลายค่ายรถยนต์กำลังจะทยอยออกสู่ตลาด
“สาเหตุที่สมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.ไม่ตั้งเป้าการผลิตสูงมากนักในปีนี้ เนื่องจากยังไม่มั่นใจเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ เพราะอาจขยายไปยังกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่อาจส่งผลต่อการผลิตรถยนต์ในไทย และส่งออกไปขายต่างประเทศ รวมทั้งมีเรื่องปัญหาภัยแล้งอาจกระทบต่อเกษตรกรที่ทำให้กำลังซื้อรถยนต์ของเกษตรกรลดลง และปัญหาการเมืองในประเทศไทย”
สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,007,552 คัน ลดลง 3.3% จากปี 2561 เพราะสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ ประกอบกับเป็นช่วงเปลี่ยนรุ่นรถยนต์นั่งอีโคคาร์หลายๆบริษัทและเปลี่ยนรุ่นรถกระบะในบางบริษัท แต่ยอดขายตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็ยังสูงกว่าเป้าหมาย 7,552 คัน ที่ตั้งไว้ 1,000,000 คัน เนื่องจากมียอดจองรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา 37,489 คัน และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปปี 2562 ตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1,054,103 คัน ลดลง 7.59% จากปี 2561 แต่มากกว่าเป้าหมาย 54,103 คัน ที่ตั้งไว้ 1,000,000 คัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 545,967 ล้านบาท ลดลง 8.21%.