นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)เปิดเผยว่า กรอ.ได้เชิญ 8 หน่วยงาน มาหารือแนวทางการกำกับดูแลสารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในการเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลวัตถุอันตรายซึ่งมีประมาณ 20 รายการ โดยเริ่มจากสารโซเดียมไซยาไนด์ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดคือยาบ้าและยาไอซ์ เนื่องจากในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำเข้าและนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก
“ที่ประชุมได้มีข้อสรุปร่วมกันว่า จะร่วมมือในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น การประสานข้อมูลเกี่ยวข้อง, การร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนที่เข้มงวด”
สำหรับสารโซเดียมไซยาไนด์สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภทและนิยมใช้ในการสกัดทองในเหมืองทองคำ รวมถึงนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น การย้อมสี การเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ การชุบโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ และสามารถนำไปสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดได้ด้วย และที่ผ่านมาไทยนำเข้าสารดังกล่าวปีละ 1,500 ตัน โดยอุตสาหกรรมที่ใช้มากจะเป็นเหมืองทองคำ แต่ปัจจุบันเหมืองทองได้ปิดกิจการไปแล้ว ทำให้นำเข้าลดลงโดยในปีงบประมาณ 2562 (ต.ค.2561-30 ก.ย.2562) มีการขออนุญาตนำเข้าและได้รับอนุญาตเพียง 1 ราย จำนวน 53 ตัน และจนถึงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการนำเข้าเพียง 15 ตันเท่านั้น
สำหรับ 8 หน่วยงานที่จะร่วมมือกัน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กระทรวงมหาดไทย, กรมศุลกากร, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นต้น.