You are what you eat...ประโยคตอกย้ำความมีสุขภาพดีหรือแย่ที่มาจากการบริโภคยาวนานมาหลายยุคหลายสมัย ล่าสุดตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้วงการแพทย์ต้องหันมาสนใจต้นเหตุของปัญหา คือการกินอาหารของผู้คนไม่นานมานี้ Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า ในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะ “กรุงเทพฯ-ภาคกลาง” มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดรศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากความผิดปกติของผนังลำไส้ใหญ่ที่เกิดได้ทั่วไปในคนธรรมดา โดยมีปัจจัยมาจาก 3 สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค คือ 1.พันธุกรรม เช่น มียีนผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง 2.พฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารบางชนิด 3.โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง “อัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนไทยที่เพิ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมากกว่าพันธุกรรม ทางตะวันตกมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้มากกว่าประเทศไทย แต่สำหรับประเทศไทยที่พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองน่าจะมาจากพฤติกรรมที่คล้ายกับทางตะวันตกมากขึ้นโดยเฉพาะการกินอาหารที่มีผักน้อย เน้นเนื้อและไขมันสูง รวมถึงภาวะอ้วนก็เพิ่มความเสี่ยง” คุณหมอทยา บอกและว่า ซึ่งมีข้อมูลจากหลายงานวิจัยพบว่า การทานผักจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และการลดการกินเนื้อแดง เนื้อปิ้งย่าง ซึ่งเป็นอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ลงได้ จริงๆแล้ว “มะเร็งลำไส้ใหญ่” เป็นโรคที่ป้องกันได้ไม่ยาก แค่ปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่เหมาะสมจากรายงาน Food and Agriculture Organization and the World Health Organization (FAO/WHO) พบว่า การบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 4-6 ขีด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นเดียวกับรายงานวิจัยด้านอาหารโภชนาการและการออกกำลังกายกับการป้องกันมะเร็ง (The Con tinuous Update Project : CUP) ตีพิมพ์ในปี 2561 พบความสัมพันธ์ระหว่างธัญพืช ผักและผลไม้ต่อความเสี่ยงของมะเร็งพบว่า การบริโภคพืชที่เรียกว่า “โฮลเกรน” หรือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ และการบริโภคใยอาหารจากผักผลไม้อย่างน้อย 4 ขีดต่อวัน ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินได้ ซึ่งกลไกการทำงานของใยอาหารยังช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดีที่เจริญในลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ช่วยเร่งการขับถ่าย ทำให้ไม่มีของเสียค้างในลำไส้ นอกจากนี้การออกกำลังกายจะช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคตคุณหมอทยา เสริมว่า การคัดกรองมะเร็งเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ ก่อนที่มะเร็งจะกลายพันธุ์มาจากติ่งเนื้อในลำไส้ ซึ่งช่วงนี้ใช้เวลาหลายปี จึงเป็นช่วงที่แพทย์และผู้ป่วยอยากเจอให้เร็วที่สุดเพราะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ปัญหาคือระยะดังกล่าวไม่แสดงอาการ แม้แต่การเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงต้นก็อาจจะไม่แสดงอาการ เพราะแม้จะมีเลือดออกบ้างแต่หากปนกับอุจจาระก็อาจจะไม่สังเกตเห็น หรือบางกรณีก็ไม่มีเลือดออก หลายคนจึงรู้ตัวเมื่อมีอาการเมื่อช่องลำไส้ตีบลง ซึ่งเมื่อถึงระยะนี้ก็จะรักษาให้หายยากกว่า “กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น ญาติหรือคนในครอบครัวที่ห่างจากเรา 1 ขั้น เช่น พ่อแม่ พี่น้องเป็นมะเร็งลำไส้ หรือคนที่เคยเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง ควรตรวจคัดกรองให้เร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มเสี่ยงปกติหรือคนทั่วไปจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ จึงควรตรวจคัดกรองในช่วงอายุ 50-70 ปี ซึ่งการตรวจคัดกรองมีอยู่ 3 ทางเลือกคือ 1.การตรวจอุจจาระเพื่อหาสารปนเปื้อนหรือเลือด 2.การส่องกล้องเพื่อดูและตัดติ่งเนื้อ หรือ 3.การทำ CT Scan พิเศษส่วนลำไส้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกและว่า แต่ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมปัจจุบันโรคมะเร็งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติพบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ 139,206 คนต่อปี และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 84,073 คนต่อปี โดยโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก.