เป็นหนึ่งในลูกหม้อของบริษัทที่มีความสามารถจนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหาร ภาคิน สุดประเสริฐ รองประธานของบริษัท ดีไฮจีนิค ประเทศไทย จำกัด De Hygienique (Thailand) หนึ่งในผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่มีความตั้งใจสร้างงานให้แตกต่างไปจากการบริการทำความสะอาดทั่วไป ด้วยคุณภาพทั้งผลิตภัณฑ์และทีมงานภาคิน เกริ่นถึงชีวิตการทำงานว่า บริษัท ดีไฮจีนิค ประเทศไทย เริ่มทำธุรกิจในประเทศไทยมาเกือบ 13 ปีแล้ว ตนเข้ามาทำงาน 8-9 ปี เริ่มต้นดูแลเรื่องมาร์เกตติ้ง แล้วขยับมาดูทีมโอเปอเรชัน ตอนนี้ดูภาพรวมทั้งเรื่องการหารายได้ มาร์เกตติ้ง การคุมทีม ประสิทธิภาพ และระบบภายใน ซึ่งบริษัท ดีไฮจีนิค ประเทศไทย ได้นำเข้านวัตกรรมกำจัดเชื้อโรคต้นตอของการเกิดภูมิแพ้ มีชื่อว่า บริษัท ดีไฮจีนิค (De Hygienique) ของสิงคโปร์ซึ่งเจ้าของบริษัทมีลูกสาวเป็นโรคภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย เขาก็เลยถามหมอว่า ทำอย่างไรให้โอกาสเป็นน้อยที่สุด หมอเลยแนะนำว่า ไรฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้มาจากที่นอนเยอะที่สุด เขาเลยไปหานวัตกรรมที่จะกำจัดไรฝุ่นจนไปเจอ POTEMA บริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมทำความสะอาด ด้วยระบบซานิไทซิ่งจากประเทศเยอรมนี ซึ่งมีเครื่องมือ Acarex Test Kit ในการตรวจวัดสารก่อภูมิแพ้บนที่นอน ทั้งยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในยุโรป ที่โรงแรมระดับ 7 ดาวใช้ เขาเลยเอาเข้ามาที่สิงคโปร์เปิดประมาณ 20 ปี ปรากฏว่าลูกสาวเขาดีขึ้นเยอะ ทีนี้ผู้บริหารโลตัส กรุ๊ป ของเราไปเจอจึงนำเทคโนโลยีนี้และไลเซนส์นี้เข้ามาในไทย เมื่อปี 2551 “บริษัทเราได้ขยายธุรกิจ ไม่เฉพาะคนเป็นภูมิแพ้ ซึ่งคนที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้ ถ้าเรานอนที่ที่มีไรฝุ่นมาก งานวิจัยบอกว่า เราจะป่วยเป็นหวัดง่าย เพราะว่าไรฝุ่นไปทำลายอิมมู วันไหนถ้าเราพักผ่อนน้อย ภูมิต้านทานเราลดลง การทำงานของเราคือการฆ่าเชื้อโรคแบบแห้ง ระบบพ่นควันที่สามารถไปได้ทุกส่วน และปลอดสารเคมี 100% ใช้น้ำยาออร์แกนิกสกัดจากธรรมชาติเกรดอาหารและยา ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเจาะลึกทำความ สะอาดที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ พร้อมเคลือบปกป้องทุกพื้นผิว รวมถึงรังสี UVC สามารถกำจัดแบคทีเรีย, ไวรัส รวมถึงไรฝุ่น เพื่อไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้อีกด้วยเราสร้างทีมให้แตกต่างจากการบริการทำความสะอาดทั่วไป คือทีมงานเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีการไปอบรมจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้เขามีความรู้เหมือนแพทย์ฝึกหัด สามารถให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลบ้านให้มีฝุ่นน้อยที่สุด”จากการทำงานพิสูจน์ฝีมือจนได้ก้าวมาสู่ตำแหน่งรองประธานบริษัท ผู้บริหารไฟแรงคนนี้ บอกว่า ในการทำงาน โดยเฉพาะงานของตน สิ่งสำคัญคือเราต้องใจรักการบริการ สิ่งที่วัดผลไม่ใช่เฉพาะคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่อยู่ที่การบริการ ซึ่งตนให้ความสำคัญและบอกแก่ทีมงานตลอด และการบริหารคนก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราต้องสร้างกลยุทธ์ด้วย เช่นกัน ใจแลกใจกับเขา“เราต้องเอาใจใส่พนักงานของเราด้วย ซึ่งถ้าเขาอยู่ได้แฮปปี้ บริษัทเราก็อยู่ได้ เมื่อมีเวลาผมจะใช้เวลาคุยกับน้องทีมงานว่า เป้าหมายเขาคืออะไร นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญ ผมว่าเราควรให้โอกาสคน การที่เราบีบคนด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ หรือว่าข้อบังคับต่างๆ เราอาจจะเสียบางคนที่อาจจะดีขึ้น พัฒนาได้ ผมว่าการให้โอกาสบางทีดีบ้างไม่ดีบ้าง เราก็ได้เรียนรู้กันไปว่าบางคนถ้ารับโอกาส หากเขาทำพลาดไป เขาสามารถกลับมาดีขึ้นได้ และสามารถยกระดับบริษัทให้ดีได้ด้วยครับ”...แนวคิดของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงคนนี้.