แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนมาเพื่อสานต่อธุรกิจของทางบ้านโดยตรง แต่ด้วยความขยัน ใฝ่รู้ ก็ไม่ยากที่จะทำให้สาวพิม-พิมภัทร์ ก้าวขึ้นมาบริหารงานรร.นานาชาติบางกอกเพร็พจนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ...

เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ขยันใฝ่รู้ กล้าสู้งาน จึงทำให้สาวสวย พิม-พิมภัทร์ ยมนาค ทายาทคนโตของวิศวกรคนดัง รศ.ดร.ต่อตระกูล และ ภัทราดา ยมนาค เจ้าของโรงเรียนนานาชาติ บางกอกเพร็พ (Bangkok International Preparatory & Secondary School) ที่แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านพัฒนาระบบการศึกษาโดยตรง แต่ก็ประสบความสำเร็จกับการช่วยบุพการีบริหารโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพร็พ จนเป็นที่รู้จักในวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็ว

จากจุดเริ่มต้นของโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพร็พที่มีครูเพียง 7 คน นักเรียน 7 คน คุณแม่ภัทราดาจึงได้ให้ลูกสาว (พิม) ที่สำเร็จการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์จาก George Washington University ประเทศสหรัฐอเมริกาและกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานด้านประชาสัมพันธ์ที่บริษัทโอกิลวี่ เข้ามาช่วยกันบริหารโรงเรียนนานาชาติ โดยเข้ามาดูในส่วนของการตลาด ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนภาพลักษณ์ขององค์กร แม้จะไม่ใช่งานที่เคยใฝ่ฝันไว้แต่เด็กๆที่จะต้องเข้ามาทำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องของการศึกษา แต่เมื่อได้รับความไว้วางใจจากบุพการี พิม จึงไม่อิดออดที่จะใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาประยุกต์เข้ากับการทำงาน
"ทำมา 5 ปีแล้ว เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากเริ่มแรกมีนักเรียน 7 คน ครู 7 คน แต่ ณ ปัจจุบันมีครู 100 คน นักเรียน 500 คน ด้วยความที่เราดูด้านการตลาด ภาพลักษณ์โรงเรียนก็เป็นความภาคภูมิใจว่า เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจริญเติบโต" พิมเล่าถึงผลงานอย่างภาคภูมิใจ

พิม บอกว่าจริงๆแล้วตั้งแต่เด็กได้รับการกล่อมเกลาจากคุณพ่อมาตลอดว่า อยากให้ทำอะไรเพื่อสังคม เมื่อครั้งเรียนไฮสกูลปีสุดท้ายที่ Dana Hall สหรัฐอเมริกา จึงได้ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมกลับมาช่วยงานคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ "ที่เมืองนอกเขาจะมีการให้เด็กนักเรียนไปช่วยงานนักการเมือง คุณพ่อจึงให้มาช่วยงานคุณหญิงแอ๋ว ซึ่งเป็นเพื่อนกับคุณพ่อ ได้ไปช่วยงานที่รัฐสภา ทำหน้าที่วิ่งเอกสาร ส่งแฟกซ์ และสรุปข่าวจากไฟแนนซ์เชียลไทม์ให้ท่านนายกฯชวน หลีกภัย ถือเป็นช่วงที่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้ลงพื้นที่พบประชาชน ได้ติดตามคุณหญิงแอ๋วไปประชุมผู้นำหญิงของเอเชียที่ไต้หวัน" แต่เพราะยังไม่เก่งเรื่องวิวาทะ พิม จึงไม่คิดที่จะทำงานด้านการเมือง ขอแค่ได้ทำอะไรที่ช่วยเหลือสังคมทางอื่นดีกว่า

เวลานี้แม้จะเหนื่อยกับการบริหารโรงเรียน แต่ไฟที่จะทำงานเพื่อสังคมยังคงแรงอยู่ พิม จึงแบ่งเวลาว่างไปร่วมงานกับองค์กรการกุศล "เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ทำงานเพื่อสังคม" เป็นเน็ตเวิร์กของกลุ่มนักเรียนที่จบจากเมืองนอก แล้วอยากทำอะไรเพื่อสังคม ใครมีความสามารถทางด้านไหนก็นำความรู้ความสามารถด้านนั้นไปช่วยกันทำงานเพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส อย่าง พิม อยู่ในแวดวงการศึกษา ก็จะไปสอนน้องๆตามโรงเรียนในชนบท ให้รู้จักการวางแผนธุรกิจ การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่จะนำมาจำหน่าย รวมถึงการสอนให้น้องๆรักและหวงแหนในทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น ฯลฯ

"พิม เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ทำแต่งาน แต่อยากทำอะไรเพื่อสังคมด้วย และไม่อยากให้แค่เพียงบริจาคเงินแล้วจบ อยากเข้าไปช่วยเหลือเขาด้วยตัวเอง ได้เห็นกับตาว่า สิ่งที่เราทำให้เขานั้นเขาได้รับจริงๆ ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ เราก็มีความสุข"!!!

...