ทายาทบอดี้เชพ ฉายแววนักธุรกิจตั้งแต่อายุ 9 ปี

เพราะตั้งแต่เด็กก็มีหัวการค้าเอาเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้มาสร้างเงินสร้างรายได้ จากการปล่อยให้เพื่อนๆเช่า...

ได้ชื่อว่ามีหัวทางธุรกิจตั้งแต่เด็กๆ ปิง-ภูพงษ์ สืบวงศ์ลี ทายาทคนกลางของ นพ.สุรพงษ์-ปราณี สืบวงศ์ลี ผู้บุกเบิกสถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน "บอดี้เชพ" จึงถูกเรียกตัวให้รีบกลับมากุมบัง เหียนธุรกิจของครอบครัวเป็นการด่วน ทันทีที่สำเร็จการศึกษา  เพราะจากแนวคิดและวิสัยทัศน์ของลูกชาย คนนี้ทำให้บุพการีเชื่อมั่นในตัวเขาย่างเต็มร้อยว่า จะช่วยนำพาธุรกิจให้ไปโลด!!

ปิง ได้ฉายแววความเป็นนักธุรกิจให้พ่อแม่ได้ เห็นตั้งแต่อายุแค่ 9 ปี ด้วยการหาเงินได้เป็นร้อยๆ บาทต่อวัน "ตอนนั้นมีเครื่องเกมที่คุณพ่อให้เป็นของขวัญวันเกิด เลยเอามาปล่อยให้เพื่อนๆเช่าเล่นครั้งละ 5 บาท วันนึงได้เงินมาหลายร้อยบาท คุณแม่เองยังตกใจว่าให้ค่าขนมไปวันละ 20 บาท แต่ ตอนกลับจากโรงเรียนมีเงินในกระเป๋าเป็นร้อยๆทุกวัน พอได้เงินมาก็รวบรวมไปฝากธนาคารตลอดครับ" ปิงย้อนถึงวันเก่าๆ

เมื่อต้องออกไปเผชิญชีวิตตามลำพังที่สหรัฐ–อเมริกา หลังเรียนจบเกรด 12 จากโรงเรียน ISB ในเมืองไทย ปิง ไม่ได้ทำให้บุพการีต้องเป็นห่วงแม้แต่น้อย กลับสร้างความภาคภูมิใจให้พ่อแม่อยู่เสมอ ตั้งแต่สอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย Indiana University Bloomington ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยธุรกิจชื่อดังของสหรัฐอเมริกา แถมยังสอบชิงทุนค่าเล่าเรียนและค่าอาหารได้ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 4 ทำให้ประหยัดค่าเทอมได้ถึงเทอมละ 250,000 บาท และยังได้รับรางวัล Foun– der’s สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนโดดเด่น

และนอกจากช่วยประหยัดเงินพ่อแม่ ไม่เสียเงินทั้งค่าเรียนและค่าอาหารแล้ว ระหว่างเรียน ปิง ยังหาเงินเข้ากระเป๋าโดยไม่ขอเงินจากทางบ้าน ด้วยการไปรับจ๊อบเป็นพนักงานเสิร์ฟในภัตตาคารญี่ปุ่นและนำเงินค่าจ้างที่ได้ไปลงทุนในตลาดหุ้น เน้นหุ้นในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่อยู่อาศัยและเทคโนโลยี และหลังจากเลิกงานก็อ่านหนังสือทบทวนความรู้ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยจนถึงตี 4 เกือบทุกวัน

จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่ช่วงเวลาเพียง 4 ปี ปิง สามารถคว้าปริญญาตรี มาได้ถึง 2 ใบ ในสาขาการเงินและอสังหาริมทรัพย์และ ในสาขาบริหารการจัดการ  ทำเอาบุพการีเป็นปลื้มและให้ รีบกลับมากุมบังเหียน "บอดี้เชพ" เป็นการด่วน เพราะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และ ปิง ก็เคยเข้ามาสัมผัส ธุรกิจนี้แล้วทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงปิดซัมเมอร์ โดยสร้างผลงานให้คุณพ่อคุณแม่ประทับใจยิ่งกับการเข้ามาช่วยจัดระบบการเงิน ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 300,000 บาทต่อเดือน แต่หนนี้ต้องเข้ามาบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว  จึงสร้างความกดดันให้หนุ่มน้อยผู้นี้ไม่น้อย  ต้องทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่มทุกวัน

"เพราะตระหนักดีว่า การทุ่มเททำงานคือการแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ จึงทำให้ผมมีแรงที่จะลุกขึ้นมาทุกเช้า เพื่อมารับผิดชอบงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด" ปิงบอกถึงความทุ่มเทของเขา

สำหรับธุรกิจลดน้ำหนักกระชับสัดส่วนที่ทำอยู่นี้ ปิง มองว่า เป็นธุรกิจที่มีอนาคตทีเดียว เพราะปัญหาเรื่องอ้วนและน้ำหนักเกิน ส่งผลทั้งด้านบุคลิกภาพและสุขภาพ และจากการทำวิจัยตลาดธุรกิจสลิมมิ่งกว่า 16 ปีพบว่า ลูกค้ากว่า 80% ที่เข้ามารับบริการไม่ใช่ผู้ที่มีรูปร่างอ้วน แต่เป็นผู้ที่มีส่วนเกินเฉพาะที่ "ปิง" จึงเกิดแนวคิดในการปรับแผนการตลาดใหม่ โดยหันมาชูคอนเซปต์การตลาดที่ว่า "ทำไมต้องรอจนกว่าจะอ้วน มีส่วนเกินตรงไหน...เอาออกซะ ง่ายนิ้ดเดียว"

นักบริหารหนุ่มคนเก่งยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า "อยากให้ ทุกคนหันมาดูแลตัวเองให้ มากขึ้นอีกซักนิด เพราะสุขภาพ ที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นดีๆของสิ่งต่างๆในชีวิตครับ".

...