แผลเป็น (scar) เกิดจากขบวนการรักษาแผล หรือการฉีกขาดของเนื้อเยื่อผิวหนังตามธรรมชาติ โดยมีการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น (fibrous collagen) มาทดแทนเนื้อเยื้อที่ถูกทำลายไป สาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นเกิดจากบาดแผลชนิดต่างๆ เช่น แผลผ่าตัด แผลจากอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ แผลสิว แผลจากโรคสุกใส เป็นต้น โอกาสเกิดแผลเป็นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล การดูแลรักษาแผล และความยาวนานของการหายของแผลถ้าเกิดบาดแผลเพียงผิวๆ เล็กๆ น้อยๆ ในระดับของหนังกำพร้า (epidermis) ก็อาจทำให้เกิดแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ทำให้เกิดแผลเป็นเลย แต่ถ้าบาดแผลลึกลงถึงชั้นหนังแท้ (dermis) หรือลึกกว่านั้น ก็อาจทิ้งให้เหลือเกิดรอยแผลเป็นได้ หลังจากที่แผลหายดีแล้ว
ปัญหาแผลเป็นที่คนจำนวนมากมีก็คือ แผลเป็น หลุมสิว ซึ่งเกิดจากการอักเสบของสิวเป็นเวลานาน ทำให้แผลลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เลิกเป็นสิวไปนานแล้วแต่ลอยแผลเป็นหลุมสิวก็ยังคงอยู่ และนับวันก็มีแต่จะดูใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น เป็นที่ทุกข์ทรมานใจของคนหลายๆ คน
วิวัฒนาการของการรักษาแผลเป็น
การจัดการกับแผลเป็นได้ก็จะต้องลงไปทำให้มีการสร้างผิวใหม่ หรือเรียกให้ถูกก็คือ คอลลาเจนใหม่ ทดแทนคอลลาเจนที่มีปัญหาที่ทำให้เกิดลักษณะของแผลเป็นขึ้น ในอดีตก็จะใช้เลเซอร์ เผาทั้งผิว ซึ่งก็ได้ผลดีมากในการสร้างผิวใหม่ ทำให้รอยแผลเป็นเล็กลง แต่ปัญหาใหญ่ก็คือทำให้หน้าดำคล้ำ ต่อมาจึงมีการคิดค้นวิธีการที่ไม่เผาทั้งหมด แต่เผาเป็นจุดๆ คือเผาเพียง 25% ของพื้นที่ วิธีนี้ก็ทำให้ลดปัญหาเรื่องหน้าดำคล้ำลงได้มาก เพราะผิวชั้นบนส่วนใหญ่ไม่ได้โดนทำลาย เลเซอร์จะลงไปทำลายคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพในชั้นล่างๆ เป็นจุดๆ อย่างไรก็ดี ลักษณะของแสงเลเซอร์ที่ลงไปในชั้นผิวหนังลึกเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีลักษณะเป็น ปลายเล็ก และบนกว้าง ทำให้พื้นที่ผิวชั้นบนกระทบกับการทำลายมากกว่าผิวชั้นลึก จึงทำให้ยังคงมีปัญหาในเรื่องหน้าดำคล้ำ และต้องใช้ระยะเวลาในการทำหลายครั้งเพื่อผลัดคอลลาเจน กว่าจะเติมเต็มเรียบเนียน
...
Functional Laser
Fraxel Fine หรือ Pixel Laser หรือ Functional Laser เป็นเทคโนโลยีเดียวกันที่ต่างชื่อเรียก ตามแต่สถาบันไหนจะตั้งอย่างไร แต่หลักการที่นำมาใช้คล้ายกัน แต่ก่อน การจะทำให้หน้าเนียนใส อาจจะต้องใช้เลเซอร์เผาผิวชั้นบน จากนั้นรอให้ลอก แล้วผิวหนังจะสร้างผิวใหม่มาแทนที่ แต่นั่นจะหมายถึงหน้าเราจะคล้ำไหม้จากการเผานั้นไปสัก 1 สัปดาห์ แต่ Fraxel Fine นี้ เราจะใช้หลักการเดียวกัน แต่แทนที่จะเผาทั้งผืนหน้า เปลี่ยนเป็นการส่งพลังงานเลเซอร์เล็กมาก ระดับไมครอน ลงไปกระตุ้นผิว ผลที่ได้จะดีกว่า ไม่ทำให้คล้ำหลายวัน ทันทีที่ทำผิวหน้าเพียงแค่แดง ชมพู ประมาณ 1-2 ชม.แล้วรอให้ผิวใหม่ขึ้นมา ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผิวจะเกิดกระบวนการผลัดเซลล์ด้วยตัวเอง บ้างอาจลอกเป็นขลุย โดยมากคุณหมอจะแนะนำให้มาทำ Microdermabrasion เพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และคราวนี้ผิวใหม่ที่เรียบเนียบก็จะขึ้นมาแทนที่ของเดิมที่เสื่อมสภาพ หน้าจะดูเนียนใสขึ้น รูขุมขนก็จะดูเล็กลงด้วยนั้น เพราะเกิดจากพลังงานความร้อนของเลเซอร์ลงลึกไปกระตุ้นชั้นคอลลาเจนให้เกิดการฟื้นฟู แต่แน่นอนว่า เราไม่สามารถหยุดยั้งการเสื่อมสภาพของผิวได้ ในทุกวันเรายังต้องเจอกับแสงแดด และมลภาวะ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผิวเราเสื่อมลง ซึ่งคุณหมอแนะนำให้ Maintain ทุก 1-2 เดือน เพื่อให้ความสวยอยู่คงทนยาวนานขึ้น
Sublative RF
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการนำพลังงาน RF ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวกับเทอร์มาจ แต่ลงไปตื้นกว่า คือ ส่งพลังงานไปในชั้นของคอลลาเจนที่ทำให้เกิดแผลเป็น พลังงานนี้มีชื่อเรียกว่า Sublative RF (SRF) ลงลึกถึงชั้นผิวหนังลึก ในลักษณะปลายบาน จึงให้พลังงานฟื้นฟูคอลลาเจนในพื้นที่ที่กว้าง และลึก ขณะที่ทำร้ายผิวชั้นบนน้อยมาก แผลเป็นจึงเติมเต็ม เรียบเนียน อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น เมื่อพลังงานลงไปกระตุ้นคอลลาเจนด้านล่างในพื้นที่ที่มากกว่า ผิวชั้นบนที่ถูกทำลาย จึงทำให้มีจำนวนคอลลาเจนสีชมพูที่เกิดจากการฟื้นฟูใหม่มากกว่าและเปล่งประกายออกมายังผิวด้านนอก เท่ากับว่าได้ผลข้างเคียงเป็นผิวเปล่งประกายจากภายใน
ข้อดีของการทำ Sublative RF คือ ทำให้ผิวแห้งขึ้น คนที่เป็นสิวก็จะอุดตันน้อยลง แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่หลุมสิวอย่างเดียว บางคนอาจมีแผลเป็นจากอีสุกอีใสตอนเด็กๆ หรือคนที่มีรูขุมขนใหญ่ก็สามารถทำให้เล็กลงได้ พูดง่ายๆ สามารถแก้ปัญหาพวกที่เป็นร่องเป็นหลุมทั้งหลายได้หมด รวมทั้งสีผิวไม่สม่ำเสมอ บางคนหน้าผากคล้ำ อย่างที่เรียกว่า หน้ากระดำกระด่างน่ะค่ะ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วย Sublative RF เช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ ก็เพราะพอคนเราเมื่ออายุมากขึ้น หมายถึงหลัง 25 ปี ผิวคนเราก็จะเริ่มผลัดเซลล์ผิวได้ไม่ดีเหมือนเมื่อยังเป็นเด็ก หรือเป็นวัยรุ่น ลักษณะสีผิวก็จะไม่สม่ำเสมอกัน เมื่อตอนยังเด็ก ผิวเราจะผลัดเอาพวกเซลล์ที่ตายแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่ออายุเลย 25 ขึ้นไป เซลล์ที่ตายแล้วจะไม่หลุดลอกออกไปเอง แต่จะสะสมเป็นชั้นหนา มันก็เลยเกิดสีที่ไม่สม่ำเสมอ การทำ Sublative RF ก็เหมือนการลอกผิวที่ตายแล้วและสะสมหนาอยู่บนผิวชั้นบนๆ ให้หมดไป ใบหน้าก็จะดูสว่าง สดใสขึ้น
Sublative RF จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของการรักษาแผลเป็นที่กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมของแพทย์ผิวหนังจำนวนมาก เพราะได้ผลในการรักษาแผลเป็นที่ดีกว่าวิธีอื่นๆ เท่าที่มีในปัจจุบัน และมีผลข้างเคียงน้อยมาก นอกจากนั้นก็ยังช่วยลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ทำให้ผิวเรียบเนียน ตึง กระชับ ใช้เวลาในการรักษาแผลเป็นน้อยลง
ข้อมูล/ภาพ : Apex Profound Beauty
...