เมื่อกล่าวถึงการทำหมันชาย คุณพ่อบ้านหลายท่านอาจรู้สึกกังวล ทั้งเรื่องความเจ็บและยังกลัวว่าหลังจากทำหมันแล้ว จะทำให้ความรู้สึกคักคักในการทำการบ้านถดถอยไปหรือไม่ จะยังเตะปี๊บดังเหมือนเดิมหรือเปล่า จนอาจจะเกิดปัญหาในครอบครัวตามมาอีก

ข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นายแพทย์บุญเลิศ สุขวัฒนาสินิทธิ์ ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี มาช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับคุณพ่อบ้านทั้งหลายได้คลายความกังวลใจ นพ.บุญเลิศ กล่าวว่า การทำหมันชาย เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีอัตราการทำที่น้อยกว่าการทำหมันในผู้หญิง ถึง 1 ใน 3 เนื่องจากความเชื่อผิดๆ ว่าการทำหมันชายจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง จนไม่สามารถทำงานหนักเป็นปกติได้ ที่สำคัญทำให้พลังหรือสมรรถภาพทางเพศเสื่อมถอยลง

การทำหมันชาย เป็นการคุมกำเนิดประเภทถาวรที่ง่ายและได้ผลดี มีภาวะแทรกซ้อนน้อย วิธีการคือ การตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิที่มาจากลูกอัณฑะทั้งสองข้าง เป็นหัตถการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ก็เพียงพอ หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด สามารถกลับบ้านหรือกลับออกไปปฏิบัติงานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำหมันชาย
คู่สมรสทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หากตัดสินใจเลือกคุมกำเนิดด้วยการทำหมันชายนั้น ควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำหมันชายก่อนการตัดสินใจ เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลต่างๆ ในระหว่างและภายหลังการทำ ดังนี้

1. การทำหมันชายเป็นการผ่าตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้ออสุจิปนในน้ำที่หลั่งออกมา ไม่ใช่การตัดเอาลูกอัณฑะออก

2. การทำหมันชายไม่มีผลทำให้พละกำลังของผู้ทำหมันลดน้อยลง ทั้งนี้ยังสามารถทำงานหนักได้ตามปกติ

3. การทำหมันชายไม่มีผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ความรู้สึกต้องการและความพึงพอใจทางเพศ การแข็งตัวขององคชาต ตลอดจนการถึงจุดสุดยอดจะเป็นปกติ

4. การทำหมันชายเป็นการคุมกำเนิดประเภทถาวร การผ่าตัดแก้หมันในภายหลังสามารถทำได้ แต่จะมีผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์ไม่ถึงร้อยเปอร์เซนต์ หากยังต้องการมีบุตรอีก ควรเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดประเภทชั่วคราวอื่นๆ แทน

5. การทำหมันชายมีอัตราความสำเร็จของการคุมกำเนิดไม่ถึงร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็มีอัตราความล้มเหลวของการคุมกำเนิดต่ำมาก เมื่อเทียบกับวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ

การเตรียมตัวก่อนการทำหมันชาย

คู่สมรสที่เลือกการทำหมันชายเป็นวิธีคุมกำเนิด ควรมีบุตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 คนขึ้นไป เนื่องจากการผ่าตัดแก้หมันชาย เพื่อต้องการมีบุตรอีกในภายหลังนั้น ได้ผลตั้งครรภ์ไม่ถึงร้อยเปอร์เซนต์ บุตรคนสุดท้องควรมีอายุ 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากเด็กในขวบปีแรกมักจะป่วยเป็นโรค อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ง่าย

ประวัติโรคประจำตัวที่สำคัญ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง ได้แก่ ภาวะเลือดออกผิดปกติและเลือดแข็งตัวช้า เช่น มีจ้ำเลือดหรือห้อเลือดตามตัว มีประวัติเคยแพ้ยาโดยเฉพาะยาชาจากการผ่าตัดครั้งก่อน ซึ่งแพทย์จะได้ใช้เป็นข้อมูลเลือกวิธีการผ่าตัดทำหมันที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงโรคติดเชื้อต่างๆ ที่เป็นอยู่

ขั้นตอนการทำหมัน

สำหรับขั้นตอนการทำหมันชายนั้น ใช้เวลาผ่าตัดไม่นานเพียง 10-15 นาที เริ่มจากฟอกทำความสะอาดบริเวณถุงอัณฑะ จากนั้นฉีดยาชา ไม่ต้องใช้มีดในการเปิดแผล แต่ใช้คีมปลายแหลมเล็กๆ เจาะที่ถุงอันฑะเป็นรูเล็กๆ แล้วคลำหาท่อนำอสุจิ 2 ท่อ จากลูกอันฑะทั้งสองข้าง โดยดึงขึ้นมาตัดแล้วผูกทีละท่อ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไม่ต้องเย็บปิดแผล เพราะแทบจะมองไม่เห็นแผลเลย และไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

การดูแลหลังจากผ่าตัดทำหมัน

1. ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณแผลผ่าตัดที่ถุงอัณฑะในวันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวม ความเจ็บปวด และป้องกันการเกิดห้อเลือด

2. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ การปั่นจักรยาน หรือยกของหนักเป็นเวลา 3 วัน

3. งดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และใช้การคุมกำเนิดประเภทอื่นแทน 1- 2 เดือน จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้ออสุจิในของเหลวที่หลั่งออกมา

4. ควรรับการตรวจของเหลวที่หลั่งออกมา ภายหลังทำหมันชายไปแล้ว 4-6 สัปดาห์ เพื่อความแน่ชัดว่าเป็นหมันโดยถาวร คือ ไม่พบเชื้ออสุจิ และควรตรวจติดต่อกัน 2 ครั้ง เพื่อยืนยันความเป็นหมัน

โดยสรุป การทำหมันชายเป็นการคุมกำเนิดอย่างถาวรที่ได้ผลดี ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ๆ ในการผ่าตัดทำหมันชาย ซึ่งช่วยลดผลข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นลงได้มาก อาจเป็นผลให้การทำหมันชายในอนาคตเป็นที่นิยมมากขึ้น สุภาพบุรุษส่วนใหญ่มักจะคิดกังวลและมีความสับสนว่า การทำหมันชายเป็นการตัดตอนลูกอัณฑะออก จนไม่สามารถทำงานหนักได้เป็นปกติ และมีความเสื่อมถอยในสมรรถภาพทางเพศ

ดังนั้นควรมีการทำความเข้าใจเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดๆ และรับคำปรึกษาจากแพทย์ เพราะการทำหมันชายเป็นวิธีการที่ปลอดภัย และไม่มีผลเสียต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า การทำหมันไม่ใช่การป้องกันโรค ผู้ชายที่ยังรักสนุก ชอบเที่ยว หรือมีแฟนหลายคน ควรพึงระวังให้ดีเกี่ยวกับโรคติดต่ออื่นๆ ด้วย นายแพทย์บุญเลิศ กล่าวทิ้งท้าย

...

ศูนย์ศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com