จัดเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ไม่เคยหยุดนิ่งเรื่องทำมาหากิน แถมยังขยันสรรหาสิ่งใหม่ๆมาเอาใจเด็กวัยรุ่นอยู่ไม่ขาด ก้อย–ชญาณ์ทิพย์ รวงผึ้งทอง เจ้าของไอเดียสินค้าไลฟ์สไตล์ happy berry ที่ฮิตกันอย่างแรงในหมู่วัยรุ่น แม้จะเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมัน แต่เธอกลับขอมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตนเองชอบ มากกว่าจะเข้ามาสืบทอดธุรกิจของคุณพ่อ วินัย รวงผึ้ง-ทอง และเธอก็ทำได้ดีซะด้วย!!!
ก้อย บอกว่าเธอมีหัวด้านงานศิลป์มาตั้งแต่เด็ก เพราะชอบวาดรูป เลยเลือกเรียนที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เอกศิลปะ และเพราะความที่เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ระหว่างเรียนที่ครุศาสตร์ เธอจึงรับเป็นครูพิเศษสอนศิลปะให้กับเด็กๆที่สนใจ และยังทำของกระจุกกระจิกขายในงานกิฟต์ เฟสติวัล ของนิสิตคณะ “ครุศิลป์” “ที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เพราะรู้สึกสนุกที่ทำงานแล้วได้เงินด้วย และยิ่งมองเห็นช่อง ทางในการทำธุรกิจ เพราะของที่เราทำมาขาย พอหมดงานที่คณะแล้วยังมีคนมาถามหาอยากได้สิ่งที่เราทำอีก มีทั้งเสื้อผ้า และกระเป๋าสตางค์ ก้อยและเพื่อนๆเลยลงขันกันสร้างแบรนด์ happy berry และเปิดร้านที่สยามสแควร์”
เรียกว่าทุกอย่างทำเองหมด ออกแบบเอง เย็บเอง จนเป็นที่ถูกอกถูกใจกลุ่มวัยรุ่นที่สนุกกับการแต่งตัว ชนิดที่ต้องมีสินค้าจาก happy berry กันทุกคน เมื่อสิ่งเล็กๆที่เธอและผองเพื่อนร่วมกันทำเป็นที่นิยมในหมู่ วัยรุ่น ก้อย บอกว่าเธอไม่เคยหยุดนิ่งกับสิ่งที่ทำ แต่จะพยายามมองหาสิ่งใหม่ๆมาเอาใจลูกค้าอยู่เสมอ เพราะรู้ดี ว่าการทำธุรกิจที่อิงกับแฟชั่น เป็นเรื่องที่มาเร็วไปเร็ว จะคิด จะอ่าน จะทำอะไร ก็ต้องตัดสินใจให้เร็ว และต้องตามให้ทันกระแสแฟชั่น อะไรที่มองว่าจะฮิต ต้องรีบทำก่อนคนอื่นถึงไปรอด แม้จะเป็นร้านเสื้อผ้าเล็กๆในสยามสแควร์ แต่ ก้อย ก็มีเป้าหมายอยากให้แบรนด์นี้ได้เข้ามาอยู่ในห้างสรรพสินค้า และเธอก็ทำสำเร็จ เมื่อได้รับการตอบรับจากพารากอน ดิ เอ็มโพเรียม และเดอะมอลล์ ให้นำแบรนด์นี้เข้ามาอยู่ในห้าง
ตอนนี้สิ่งที่ทำเรียกว่าเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ก้อย จึงไม่หยุดที่จะมองหาอะไรใหม่ๆทำอีก ความที่ชอบทำขนมและได้เรียนรู้เทคนิคการทำขนมเค้กมาพอสมควร เธอจึงหันมาทำคัพเค้กที่กำลังเป็นที่นิยมเวลานี้ขายกับเขา บ้าง ภายใต้ชื่อ “คัพเค้ก กูตูร์” เรียกว่าเป็นของเล่นชิ้นใหม่สร้างรายได้ให้ชื่นใจไม่น้อย ก้อย บอกว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร สิ่งสำคัญคือความใส่ใจ คนเป็นเจ้าของต้องขยันดูแลธุรกิจนั้นๆอย่างใกล้ชิด ถึงจะประสบความสำเร็จ.
...