จะดีมั้ย...ถ้าในอนาคตเราได้พักในโรงแรมไฮเทคสุดล้ำ? สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แห่งการพักผ่อน เช่น การเช็กอินผ่านลายพิมพ์ดีเอ็นเอ สวมเสื้อผ้ารองเท้าด้วยเทคโนโลยี 3D รวมถึงทานอาหารที่ออกแบบให้ตรงกับต่อมรับรส และดีเอ็นเอของคุณโดยเฉพาะ โอ้มายด์ก๊อด!
ไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปส่องเทรนด์ใหม่ของการบริการในโรงแรมแห่งโลกอนาคต ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าเราจะสามารถพบโรงแรมสุดล้ำแบบนี้ได้ในปี 2060 อ้างจากผลงานวิจัยของ ดร.เจมส์ แคนตัน จาก Institute for Global Futures สถาบันที่เน้นการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกระแสนิยมของผู้บริโภค
ดร.เจมส์ แคนตัน ได้ทำวิจัยเรื่องแนวโน้มโรงแรมอัจฉริยะสำหรับการท่องเที่ยวในอีกประมาณ 40 กว่าปีข้างหน้า ในหัวข้อ “โรงแรมแห่งอนาคต” ซึ่งระบุว่า เมื่อผู้เข้าพักเช็กอินเข้าโรงแรมในปี 2060 เป็นไปได้ว่าโรงแรมนั้นอาจจะอยู่บนดาวอังคาร หรืออาจมีการใช้เทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เตียงที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ วิทยาการหุ่นยนต์ ทุกอย่างเป็นหน้าจอสัมผัส การเชื่อมต่อระดับสูง และอื่นๆ อีกมากมาย
ส่วนจะล้ำโลกแค่ไหน ตามมาดูทางนี้...
...
1. check in สุดล้ำด้วยลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
เวลาจองโรงแรม และชำระค่าที่พัก สมัยนี้คุณต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่ในโลกยุคหน้า คุณไม่ต้องทำอย่างนี้อีกต่อไป แต่จะสามารถชำระค่าใช้จ่ายผ่านทางโทรศัพท์มือถือด้วยดีเอ็นเอ เมื่อคุณเช็คอินที่โรงแรม สิ่งที่คุณต้องใช้เพื่อยืนยันตัวตนมีเพียงแค่ "ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ" เท่านั้น โดยการใช้งานลายพิมพ์ดีเอ็นเอนี้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนที่เป็นส่วนตัวมากที่สุด และจะมีการนำมาใช้ยืนยันตัวตนในการจองการเดินทาง และชำระเงินออนไลน์อีกด้วย
2. มีหุ่นยนต์ดูแลใกล้ชิด
โรงแรมในอนาคตอาจจะไม่มีพนักงานคอยดูแลอีกต่อไป แต่ทดแทนด้วย “หุ่นยนต์พ่อบ้าน” โดยหุ่นยนต์อัตโนมัติเหล่านี้จะได้รับการออกแบบไว้ล่วงหน้าทางระบบออนไลน์ และตั้งโปรแกรมเอาไว้ให้มีความสามารถพิเศษ มีทักษะด้านภาษาต่างๆ ช่วยบริการผู้เข้าพักได้อย่างแสนวิเศษ หน้าที่ของมันคือ ต้อนรับผู้เข้าพักที่สนามบิน บริการอาหารรสเลิศ ทำความสะอาดห้องพัก สร้างสัมพันธไมตรีกับผู้เข้าพัก ให้บริการด้านการศึกษา ความบันเทิง ให้คำแนะนำทางธุรกิจ รวมทั้งบริการหน้าเคาน์เตอร์
นอกจากนี้ ช่วงเวลาแห่งการนอนหลับพักผ่อน ก็มีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยให้คุณ “เลือกความฝันเองได้” คำจำกัดความของคำว่านอนหลับฝันดีจะเปลี่ยนไป เพราะในอนาคต ผู้เข้าพักจะสามารถเลือกความฝันให้กับตัวเองได้ก่อนเข้านอน โดยใช้เทคโนโลยีทางด้านประสาทวิทยาสำหรับการตั้งโปรแกรมความฝัน โดยสามารถเลือกความฝันแบบต่างๆ เช่น ฝันแบบผ่อนคลายจรรโลงใจ ฝันเพื่อการเรียนรู้ เพื่อความสนุกสนาน ฝันถึงการผจญภัยแนวโรแมนติก หรือการสำรวจอวกาศ เป็นต้น
3. ไม่ต้องมีกระเป๋าเสื้อผ้าอีกต่อไป
เวลาจะไปเที่ยวแบบที่ต้องพักในโรงแรม โดยปกติเราก็จะต้องเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย แต่...ในโลกอนาคต คุณไม่จำเป็นต้องหอบหิ้วสัมภาระไปด้วย เพราะโรงแรมแห่งโลกอนาคตจะสามารถผลิตของใช้ส่วนตัวของคุณขึ้นมาให้ใหม่ เรียกว่า เมกเกอร์แบบ 3D มีบริการในห้องพักทุกห้อง
...
โดยเมกเกอร์แบบ 3D จะช่วยสร้างของใช้ตามที่ลูกค้าต้องการได้ในแบบเรียลไทม์ เช่น รองเท้าใหม่ 1 คู่, เสื้อผ้าใหม่ 1 ชุด และแม้แต่โทรศัพท์ มีบริการช็อปปิ้งแบบสามมิติ โดยลูกค้าสามารถดาวน์โหลดสินค้าปลีกจากคลาวด์ เพื่อมาออกแบบได้เองตามต้องการ เป็นต้น
4. บริการสุดล้ำ RoboFlying และ Hyperloop!
งานวิจัยชิ้นนี้ยังพบอีกว่า ในโลกอนาคตการบริการของโรงแรมจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น บริการรับส่งผู้เข้าพักจากสนามบิน จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์โรโบฟลายอิ้ง (RoboFlying) หรือรถขับเคลื่อนตัวเองโดยไม่ต้องมีคนขับ
รถดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและความเร็วสูง ช่วยให้ไม่ต้องเจอรถติด หรือหนทางคมนาคมที่ใหญ่กว่านั้นก็คือ ไฮเปอร์ ลูป (Hyperloop) เครื่องบินความเร็วสูงระดับซุปเปอร์โซนิคที่จะพาคุณไปไกลหลายร้อยกิโลเมตรในเวลาอันรวดเร็ว
5. มาพักแล้วต้องได้สุขภาพดี
...
สิ่งหนึ่งที่โรงแรมในโลกอนาคตให้ความสำคัญคือ การมอบสุขภาพที่ดีแก่ผู้เข้าพัก ผลการวิจัยพบว่า โรงแรมจะพัฒนาอาหาร “สูตรจีโนมิกส์” ที่ปรุงขึ้นตามความรู้สึกในการรับรสของแต่ละบุคคล เมนูอาหารและโภชนาการจะถูกออกแบบตามดีเอ็นเอ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพ โภชนาการ และความแข็งแรงของร่างกาย รสชาติดี อุดมไปด้วยสารอาหารครบครัน แต่จะไม่ทำให้คุณน้ำหนักเพิ่มและไม่ทำลายแผนการลดน้ำหนักของคุณ
ส่วนสปาของโรงแรมโลกอนาคต จะเป็นสปาเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยการวิเคราะห์ดีเอ็นเอและช่วยส่งเสริมการมีชีวิตที่ยืนยาว คุณจะได้รับทรีตเมนท์ป้องกันโรค การตรวจประเมินสุขภาพ และโปรแกรมดูแลสุขภาพสำหรับคุณโดยเฉพาะ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพและความแข็งแรง สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต ด้วยวิทยาการล้ำสมัยในการบำบัดรักษาทางพันธุกรรม มียาที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ การออกกำลังกายสมอง เป็นต้น
6. โรงแรมพลังงานสะอาด
ทุกวันนี้โรงแรมก็เริ่มปรับตัวเข้าหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ในอนาคตการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจะก้าวไปอีกขั้น ทุกโรงแรมจะให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการซื้อและขายพลังงานให้กับแหล่งพลังงานทดแทน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัยเท่านั้น ใช้พลังงานสะอาด กล่าวคือ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานความร้อนใต้พิภพ รวมทั้งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับกลาง ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นและพนักงานทุกคนจะร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ชุมชน
...
ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าพัก เช่น การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) คือการผสมผสานโลกแห่งความเป็นจริงกับภาพเสมือนจริงเข้าด้วยกัน สามารถฉากการเดินทางสุดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปแอฟริกา มาชูปิกชู หรือแม้แต่เปรู เพื่อมอบการผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือประสบการณ์ท่องเที่ยวสะเทือนอารมณ์ในแบบที่คุณต้องการ
7. มี Avatar จัดการทริปท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม
การมาเที่ยวพักผ่อนทั้งที ใครๆ ก็อยากวางแผนทริปท่องเที่ยว โรงแรมในโลกยุคหน้าก็จะให้ความสำคัญในเรื่องการท่องเที่ยวด้วย โดยผู้เข้าพักจะมีตัวแทน หรือ Avatar คอยจองโรงแรมให้ เหมือนมีเอเจนท์การท่องเที่ยวส่วนตัวในโลกดิจิตอล ซึ่ง Avatar จะมาช่วยเติมเต็มความต้องการทางการท่องเที่ยวทุกๆ อย่าง เช่น จองรถ จองเรือ จองประกันภัยการเดินทาง จะช่วยค้นหา ออกแบบ และจองการเดินทางให้กับคุณแบบส่วนตัว สามารถสื่อสารเจรจาต่อรองได้เองหมด
หวังว่าผู้คนในวัยกลางคนอย่างเรา คงจะอยู่ทันใช้บริการโรงแรมแห่งโลกอนาคตที่แสนเพอร์เฟกต์แบบนี้บ้างนะ แม้ว่าจะแก่เข้าขั้นเกษียณแล้วก็ตาม...
ที่มา : hotels.com