จากข่าวพ่อฆ่าลูกโบกปูนที่สร้างความสะเทือนใจให้สังคมเป็นอย่างมาก แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวแบบนี้ แต่ก็ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าเพราะเหตุใดครอบครัวจึงทำร้ายเด็ก โดยเฉพาะลูกแท้ๆ ของตนเองได้ลงคอ มีปัจจัยอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิ่งนี้ และสามารถป้องกันได้หรือไม่
ครอบครัวทำร้ายเด็ก มีกี่สาเหตุ
ข้อมูลจากระบบให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเผยว่าสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวทำร้ายเด็กนั้นมีความซับซ้อนและมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. การถ่ายทอดวิธีปฏิบัติที่รุนแรงต่อเด็กที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น
- เด็กที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรง นอกจากจะมีการเรียนรู้ เลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงที่พ่อแม่แสดงแล้ว ยังไม่มีโอกาสเห็นแบบอย่างและบรรยากาศการเลี้ยงดูที่อบอุ่น เมื่อเติบโตเป็นพ่อแม่ จึงมีแนวโน้มที่ใช้ความรุนแรงกับลูกของตนด้วย
2. ปัญหาส่วนบุคคล
...
- การติดเหล้า แอลกอฮอล์ ยา และสิ่งเสพติดอื่น พบได้บ่อยในพ่อแม่ที่ทำร้ายลูก ทั้งจากความเครียดที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการสิ่งเสพติด รวมถึงการที่สิ่งเสพติดมีผลกระตุ้นพฤติกรรมรุนแรง คนที่ติดสารเสพติดมีอัตราการทำร้ายลูกมากกว่าคนทั่วไป 3 เท่า อัตราการละเลยทอดทิ้งมากกว่าคนทั่วไป 4 เท่า และจะพบความเสี่ยงสูงขึ้น ถ้าเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
- ปัญหาความผิดปกติด้านสุขภาพจิต เช่น โรควิตกกังวล ซึมเศร้า หรือการเจ็บป่วยทางจิตแบบอื่น ทำให้ไม่สามารถรับมือกับความเครียดในการทำหน้าที่หนักจากการเป็นพ่อแม่ อาจจะมาในรูปแบบการใช้ความรุนแรงหรือการไม่ตอบสนอง ไม่สนใจเด็ก ผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชที่ได้รับการรักษาจะช่วยทำให้ความสามารถในการรับมือกับปัญหาดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการทำร้ายเด็ก
- พ่อแม่ที่ไม่มีความเชื่อมั่นหรือความภาคภูมิใจในตนเอง ถูกกดดันหรือเครียดจากสภาพการทำงาน หรือพ่อแม่ที่ไม่มีความพร้อม เป็นวัยรุ่น หรือไม่มีวุฒิภาวะมากพอ มักจะไม่สามารถรับภาระหนักหรือความกดดันที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเลี้ยงดูลูก
- ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู วิธีการเลี้ยงดู และปัจจัยจากตัวเด็ก ได้แก่ การที่พ่อแม่ พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือผู้เลี้ยงดูไม่ได้เลี้ยงดูเด็กเอง ไม่ได้มีระยะเวลาการสร้างสายใยผูกพัน หรือการมีความคาดหวังต่อเด็กไม่เป็นจริงตามวัยและพัฒนาการ การไม่รู้วิธีที่ถูกต้องที่จะเลี้ยงดูหรือสนับสนุนให้เด็กเติบโตตามศักยภาพ นอกจากนี้ลักษณะบางอย่างของเด็กอาจกระตุ้นให้เกิดความเครียดมากขึ้น ได้แก่ เด็กปัญญาอ่อน พิการ ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากภาระที่เพิ่มมากขึ้นจากการดูแลเด็ก
3. โครงสร้างครอบครัว
- ลักษณะครอบครัวที่เพิ่มความเสี่ยงในการทำร้ายเด็ก ได้แก่ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว มีความเครียดสูง ปัญหาเรื้อรังด้นความสัมพันธ์สามีภรรยา รวมถึงปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับการหย่าร้าง มีการทำร้ายกันระหว่างสามีภรรยาหรือคนในครอบครัว หรือการที่สามีหรือภรรยาบุคคลใดบุคคลหนึ่งยึดอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เพียงฝ่ายเดียว เช่น เรื่องบ้าน งาน ค่าใช้จ่าย เป็นต้น
- ปัญหาครอบครัว ได้แก่ ฐานะครอบครัว หนี้สิน ตกงาน ความเจ็บป่วย บ้านทรุดโทรม ครอบครัวที่มีสมาชิกมากเกินไป มีเด็กเกิดใหม่ มีคนพิการใหม่ หรือมีการตายเกิดขึ้น นอกจากนี้พบว่าครอบครัวยากจนจะมีรายงานการทำร้ายเด็กมากกว่าชนชั้นอื่น ขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลางและสูง ที่มีการทำร้ายเด็ก การช่วยเหลืออาจเข้าถึงได้ยากกว่า
4. การแยกตัวจากสังคม หรือการไม่มีแหล่งสนับสนุน
- การมีแหล่งสนับสนุนเป็นปัจจัยด้านบวกสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำร้ายเด็ก พ่อแม่ต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถดูแลครอบครัว และลูกได้ เช่น เศรษฐานะ เวลา รวมถึงปัญหาอารมณ์จิตใจ ถ้าสังคมใดถือว่าการดูแลเด็กเป็นหน้าที่ร่วมกัน เช่น ชุมชนที่เพื่อนบ้าน ญาติ เพื่อน เข้ามาช่วยดูแลเด็ก เมื่อพ่อแม่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ จะเป็นสังคมที่มีอัตราการทำร้ายเด็กต่ำ
- พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูที่ทำร้ายเด็กมีแนวโน้มแยกตัวจากสังคม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการสื่อสาร หรือปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน หรือญาติ ซึ่งยิ่งทำให้ไม่มีแหล่งสนับสนุนที่จะประคับประคองช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว และการที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูแยกตัวจากสังคม ก็ทำให้แนวโน้มที่จะปรับพฤติกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสังคมยากขึ้น
...
5. ปัจจัยทางสังคม
- ความเครียด ความรู้สึกกดดัน จากปัจจัยทางสังคมที่หลากหลาย เพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ครอบครัวทำร้ายเด็ก รวมถึงทัศนคติสังคมที่ยอมรับความรุนแรง หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมบ่อยครั้ง การเหยียดผิวหรือเผ่าพันธุ์ สังคมที่ให้สิทธิทางเพศไม่เท่าเทียมกัน การที่สังคมยอมรับการใช้ความรุนแรงลงโทษเด็ก รวมถึงความเชื่อว่าพ่อแม่เป็นเจ้าของและมีสิทธิและอำนาจที่จะทำอะไรกับลูกก็ได้ เป็นความเสี่ยงในการทำร้ายเด็ก
ครอบครัวทำร้ายเด็ก ป้องกันได้ไหม
ปัญหาครอบครัวทำร้ายเด็กสามารถป้องกันได้ สำหรับคนทั่วไปที่พบเห็นเด็กถูกทำร้ายหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในที่สาธารณะ ควรรีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กทันทีเพื่อให้การทำร้ายนั้นหยุดลง และเด็กได้รับความปลอดภัย แต่ควรระวังความปลอดภัยของตนเองด้วยเช่นกัน หรือกรณีที่เรารู้ว่าเด็กจะถูกทำร้ายในช่วงเวลาไหนบ้าง เช่น เด็กถูกทำร้ายหลังเลิกเรียนทุกวัน เราอาจจะช่วยนำเด็กมาดูแล หรือดึงเด็กออกมาจากสถานที่นั้นในช่วงเวลานั้น เพื่อลดการถูกกระทำของเด็กในเบื้องต้นจนกว่าจะมีหน่วยงานมาช่วยเหลือ
...
หากสงสัยหรือพบเห็นเด็กมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย มีบาดแผลที่เกิดจากการกระทำของคน ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเป็นประจำ เราสามารถช่วยเหลือเด็กได้ด้วยการโทรศัพท์แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือเด็ก โดยข้อมูลที่ต้องให้แก่เจ้าหน้าที่เบื้องต้นเพื่อเข้ามาช่วยเหลือเด็ก ได้แก่
- เด็กที่ถูกทำร้ายเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนทำร้าย (ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? อย่างไร?)
- แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้แจ้ง เพื่อเจ้าหน้าที่ขอรายละเอียดเพิ่มเติม (ข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปิดเป็นความลับเพื่อความปลอดภัย)
- เมื่อพบเห็นเด็กที่ถูกทำร้าย โทรแจ้งหรือขอคำปรึกษาได้ที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก 0-2412-1196,
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัด
ข้อมูลอ้างอิง : มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
ภาพ : iStock