ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ทำให้หลายคนมักกังวลเรื่องน้ำตาลขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แต่มักจะมองข้ามภาวะน้ำตาลตก หรือน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ไม่แพ้กัน

ภาวะน้ำตาลต่ำในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) คือ ภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สำหรับคนทั่วไป ส่วนในผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจพบน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร โดยอาจเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหัน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักรู้สึกตัวเมื่อมีอาการและสามารถรักษาระดับอาการได้ด้วยตัวเอง หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการและปล่อยไว้ไม่รักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้เกิดอาการชัก หมดสติ ไม่รู้สึกตัว สมองพิการ หรือเสียชีวิตได้

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหากมีอาการรุนแรงจะมีอาการหมดสติ และอันตรายจนถึงขั้นทำให้สมองพิการและเสียชีวิตได้ (ภาพจาก iStock)
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหากมีอาการรุนแรงจะมีอาการหมดสติ และอันตรายจนถึงขั้นทำให้สมองพิการและเสียชีวิตได้ (ภาพจาก iStock)

...

สาเหตุของการเกิด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มาจากหลายปัจจัย เช่น

  • กินอาหารไม่เพียงพอหรือไม่ตรงเวลา
  • ฉีดอินซูลินเกินขนาด หรือการใช้ยาบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ออกกำลังกายมากเกินควร
  • ดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • ตัวสั่น กระสับกระส่าย
  • เหงื่อออกมาก
  • รู้สึกหิวรุนแรง
  • หัวใจเต้นแรง
  • ชาปลายนิ้วมือ ปลายเท้า หรือรอบปาก
  • มึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
  • หน้ามืด ตาลาย
  • สับสน
  • อ่อนเพลีย
  • ไม่รู้สึกตัว ชัก หรืออาจถึงขั้นหมดสติ

อาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะคือหนึ่งในอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (ภาพจาก iStock)
อาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะคือหนึ่งในอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (ภาพจาก iStock)

กลุ่มเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมานานมากกว่า 10 ปี
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับ หรือโรคไต
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยกะทันหันด้านร่างกายและจิตใจ

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อมีภาวะน้ำตาลต่ำ

หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีภาวะน้ำตาลต่ำ แต่อาการไม่รุนแรงและยังรู้สึกตัวดี สามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

  • อมลูกอม 2 เม็ด หรือน้ำตาล 2 ก้อน
  • ทานน้ำตาล น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม 3 ช้อนชา
  • ทานส้ม 2 ลูก หรือกล้วยน้ำว้า 1-2 ผล
  • ดื่มน้ำผลไม้ 1/2 ถ้วย โดยต้องไม่ใช่น้ำผลไม้แบบแคลอรีต่ำ หรือลดน้ำตาลลง
  • ดื่มน้ำอัดลม 1/2 กระป๋อง โดยต้องไม่ใช่น้ำอัดลมแบบแคลอรีต่ำหรือลดน้ำตาลลง
  • ไอศกรีม 2 สกู๊ป
  • ขนมปัง 1 แผ่น

โดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นภายใน 15-20 นาที หลังได้รับอาหารในปริมาณดังกล่าว แต่หากมีอาการรุนแรงจนไม่รู้สึกตัว ห้ามให้อาหารหรือน้ำแก่ผู้ป่วยเด็ดขาด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อให้น้ำตาลกลูโคสทางหลอดเลือดดำ ไม่ควรกรอกน้ำตาลหรือน้ำหวานเข้าปากช่วงที่หมดสติ เพราะอาจทำให้สำลักลงปอดได้ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

การกินลูกอมหรือของหวานอื่นๆ จะช่วยแก้อาการภาวะน้ำตาลต่ำได้ (ภาพจาก iStock)
การกินลูกอมหรือของหวานอื่นๆ จะช่วยแก้อาการภาวะน้ำตาลต่ำได้ (ภาพจาก iStock)

...

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยารักษาเบาหวานอยู่ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น ในช่วงที่ไม่สบายหรือรับประทานอาหารได้น้อย ควรพกของหวานติดตัวไว้รับประทานเมื่อมีอาการ

รวมทั้งควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเครื่องตรวจปลายนิ้ว เพื่อยืนยันว่าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจริง ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดผู้เป็นเบาหวานได้ค่าต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถึงจัดได้ว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ทั้งนี้ภาวะน้ำตาลต่ำสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแม้ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งพบได้จากภายหลังการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก โดยไม่ได้รับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย หรือในผู้ที่เป็นเนื้องอกบางชนิด ที่มีการสร้างฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำตามมา

ข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลเปาโล, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล