เคยไหม? นั่งๆ อยู่ในห้องของตัวเอง แต่กลับรู้สึกคันจมูก จามไม่หยุด น้ำมูกไหล หรือบางครั้งก็ตื่นเช้ามาพร้อมอาการคัดจมูก แสบจมูกไปหมด นั่นอาจเป็นเพราะฝุ่นละอองขนาดเล็ก และไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือกระจายอยู่ตามอากาศได้แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเราโดยที่เราไม่รูตัว ขณะที่เราหายใจ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้และมักมีอาการแพ้ฝุ่นในห้อง การทำความสะอาดอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะฝุ่นไม่ได้หายไปง่ายๆ หากไม่จัดการให้ดี อาการแพ้ฝุ่นอาจรุนแรงขึ้น และส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว เรามาดูกันว่า 5 อุปกรณ์ที่ช่วยลดฝุ่นในบ้านและจำเป็นสำหรับคนที่แพ้ฝุ่นในห้อง ควรมีอะไรบ้าง!
1. เครื่องฟอกอากาศ
สำหรับคนเป็นภูมิแพ้ หรือแพ้ฝุ่นในห้อง เครื่องฟอกอากาศคือไอเทมที่จำเป็นต้องมี! เพราะสามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และมลพิษในอากาศ ทำให้อากาศภายในห้องสะอาดขึ้น ลดอาการคัดจมูกและจาม ที่มีสาเหตุจากฝุ่นขนาดเล็กได้ โดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter (High Efficiency Particulate Air Filter) ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 99.97% รวมถึง PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้อากาศภายในห้องสะอาดขึ้น และช่วยลดอาการแพ้ฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เครื่องดูดฝุ่นแบบมีแผ่นกรอง HEPA
การกวาดพื้นอาจช่วยให้บ้านดูสะอาดขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็อาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้นไปด้วย! ฝุ่นที่สะสมตามพรม โซฟา หรือเฟอร์นิเจอร์ มักเป็นต้นเหตุให้หลายคนต้องแพ้ฝุ่นในห้อง การใช้กวาดพื้นอาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศมากกว่าเดิม ถ้าอยากกำจัดฝุ่นแบบไม่เหลือซาก วิธีที่ดีกว่าคือการใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มี HEPA Filter ที่สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็ก และไรฝุ่นที่มองไม่เห็นได้ดีกว่า โดยแนะนำให้ดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่มีพรม ผ้าม่าน และโซฟา เป็นต้น
3. เครื่องลดความชื้น
ใครที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัด มักมีอาการคัดจมูกทุกเช้า นั่นอาจเป็นเพราะระดับความชื้นในห้องสูงเกินไป แล้วรู้หรือไม่ว่า ไรฝุ่นชอบอากาศชื้น และเป็นสาเหตุหลักของอาการเกิดภูมิแพ้ ถ้าห้องมีความชื้นสูงอาจทำให้ไรฝุ่นและเชื้อราเติบโตเร็วขึ้น ดังนั้นเครื่องลดความชื้นจึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คนมีอาการแพ้ฝุ่นในห้องต้องมี เพราะจะช่วยลดความชื้น ช่วยปรับสมดุลของอากาศในห้องให้ไม่อับชื้นจนเกินไป ลดโอกาสการเจริญเติบโตของไรฝุ่น จำนวนไรฝุ่นและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของแพ้ฝุ่นในห้องนั่นเอง โดยแนะนำให้ตั้งค่าความชื้นอยู่ที่ 40-50% และหมั่นทำความสะอาดถังเก็บน้ำของเครื่องลดความชื้นเป็นประจำด้วย
4. ผ้าคลุมกันไรฝุ่นสำหรับที่นอนและหมอน
ที่นอน หมอน และโซฟา เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นตัวร้าย! ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของอาการภูมิแพ้ และแม้จะเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยแค่ไหน แต่ไรฝุ่นเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ ทำให้หลายคนมีอาการแพ้ฝุ่นในห้อง การใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่นจะช่วยป้องกันฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ ไม่ให้สะสมบนที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นประจำ แนะนำให้ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนทุกสัปดาห์ด้วยน้ำอุ่นเพื่อฆ่าไรฝุ่น และเลือกผ้าคลุมที่ทอแน่น ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น เพราะสามารถซักทำความสะอาดได้ง่ายกว่านั่นเอง
5. ไม้ปัดฝุ่นไฟฟ้า
ฝุ่นมักสะสมอยู่ตามชั้นวางของ โต๊ะทำงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หากใช้ไม้ปัดฝุ่นธรรมดาทำความสะอาดอาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายในอากาศได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนเป็นภูมิแพ้ โดยเฉพาะผู้ที่มักจะแพ้ฝุ่นในห้อง ถ้าอยากให้การปัดฝุ่นเป็นเรื่องง่ายขึ้น แนะนำให้ใช้ไม้ปัดฝุ่นไฟฟ้า ที่ใช้ไฟฟ้าสถิตช่วยดูดจับฝุ่นได้ดีกว่าไม้ปัดฝุ่นแบบเดิม แถมยังลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นในอากาศได้อีกด้วย
แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นฝุ่นที่ลอยอยู่ในบ้าน แต่ฝุ่นและมลพิษเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้โดยตรง โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้และมักมีอาการแพ้ฝุ่นในห้อง การลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องลดความชื้น ผ้าคลุมกันฝุ่น และไม้ปัดฝุ่นไฟฟ้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่เป็นการดูแลสุขภาพในระยะยาว ให้ห่างไกลจากฝุ่นและมลพิษที่มองไม่เห็น บ้านที่มีอากาศบริสุทธิ์ ปริมาณฝุ่นน้อย ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณและคนในครอบครัวห่างไกลจากอาการภูมิแพ้ แต่ยังทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย!