แม้เศรษฐกิจโลกจะฝืดเคือง และกำลังเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง อันเป็นผลมาจากวิกฤติโควิด-19 ผนวกกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ความเลิศหรูอลังการของแคตวอล์ก “ปารีส โอต์ กูตูร์” ก็ยังเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของคนวงการแฟชั่น เพราะเปรียบดังโรงละครโรงใหญ่ ที่จะนำพาเหล่าแฟชั่นนิสต้าให้หลีกหนีจากความจริงอันโหดร้าย และท่องไปในโลกแสนรื่นรมย์ล้ำจินตนาการ แคตวอล์ก ปารีส โอต์ กูตูร์ ซีซันฟอลล์–วินเทอร์ 2022/2023 ร่ายมนตร์สะกดดึงดูดแฟชั่นนิสต้ากระเป๋าหนัก โดยเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของโลก หยิบดีเอ็นเอเก่าขึ้นหิ้งมาปัดฝุ่นใหม่ให้ร่วมสมัยกว่าเดิม เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้จริง แต่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงระดับตำนาน ตอกย้ำว่าหมดสมัยแล้วที่จะผลาญเงินมหาศาลไปกับโชว์สุดอลังการเพียงไม่กี่อึดใจ เพราะซีซันนี้วัดกันที่กึ๋นและไอเดียสร้างสรรค์ล้วนๆ ต่อลมหายใจให้วงการแฟชั่นชั้นสูงกับผลงานสร้างสรรค์มาแรงแซงทุกโค้งของแบรนด์ในตำนานอย่าง “Schiaparelli” ก่อตั้งโดย “เอลซ่า สเกียปาเรลลี” ดีไซเนอร์เซอร์เรียลลิสม์หัวก้าวหน้า ซึ่งโด่งดังสุดขีดในยุค 30s และเป็นคู่แข่งตลอดกาลของ “โคโค่ ชาเนล” ซีซันล่าสุด ครีเอทีฟไดเรกเตอร์รุ่นใหม่ “แดเนียล โรสเบอร์รี่” สะกดทุกสายตาด้วยแอคเซสเซอรีชิ้นเด่นที่แฝงไปด้วย DNA ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น เค้าโครงของอวัยวะมนุษย์ หรือ Tube top รูปทรงกายภาพ ล้วนแต่ฉายให้เห็นเสน่ห์เย้ายวนลึกลับของสุภาพสตรี ด้านดีไซเนอร์บ้าพลังรุ่นเดอะอย่าง “ฌอง ปอล โกลติเยร์” ส่งไม้ต่อให้ “โอลิวิเยร์ รูสแตง” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์มือทองแห่ง “บัลแมง” ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้แบรนด์ “Jean Paul Gaultier” งานนี้ดีไซเนอร์หนุ่มฝีมือแรงเปิดหีบสมบัติเก่าพาเหล่าแฟชั่นนิสต้าขึ้นไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งโรจน์สุดขีดของแบรนด์ในตำนาน โดยหยิบเอาเหล่าไอเท็มยอดฮิตมาปัดฝุ่นแปลงโฉม และบอกเล่าเรื่องราวแง่มุมใหม่ผ่านสายตาคมกริบของ “รูสแตง” ไม่ว่าจะเป็น ขวดน้ำหอมไอคอนิก ที่แปลงร่างเป็นเครื่องแต่งกายในซิลูเอ็ตสุดปัง และการนำโครงร่างกายวิภาคของมนุษย์มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เอกลักษณ์ใหม่ให้เป็นที่จดจำ แม้จะฮิตฮอตติดลมบนอยู่แล้ว แต่คอลเลกชันโอต์กูตูร์ ซีซันล่าสุดของ “CHANEL” ก็ยังคงแพรวพราวไปด้วยกิมมิกน่าตื่นตาตื่นใจ งานนี้ลงทุนเนรมิตศูนย์ขี่ม้ากลางสวนสวยให้เป็นรันเวย์ใหญ่จัดแสดงเสื้อผ้าชั้นสูงตามจินตนาการของหัวเรือฝ่ายสร้างสรรค์ “วีร์ฌีนี วิยาร์ด” เสริมทัพด้วย “ซาวิเยร์ เวลยอง” รับหน้าที่สร้างสรรค์ฉากสามมิติสำหรับ “CHANEL” ให้ลือลั่นอีกครั้ง โดยผสมผสานระหว่างการสร้างภูมิทัศน์ในเชิงสัญลักษณ์ กับพื้นที่ในจินตนาการและพื้นที่ที่สัมผัสได้ เพื่อถ่ายทอดซิลูเอ็ตแนวกราฟิกที่กลมกลืนไปกับผ้าทวีตอันล้ำค่า และการประดับประดาอย่างประณีตบรรจง ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะคอนสตรัค ติวิสต์ ก่อให้เกิดผลงานชิ้นสำคัญในรูปทรงเรขาคณิต ผ่านการสร้างภาพลวงตา ซึ่งเต็มไปด้วยความบางเบาอันโมเดิร์น ต่อยอดจากจินตนาการของ “มาดมัวแซล ชาเนล” ในยุค 30s ผสมกับเอกลักษณ์สร้างชื่อจากยุคเรืองอิทธิพลของ “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์”.