“หัวใจ” เป็นอวัยวะที่สำคัญมากอวัยวะหนึ่งของร่างกายคนเรา เพราะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งความผิดปกติของการทำงานของหัวใจสามารถนำไปสู่ภาวะ “หัวใจล้มเหลว” และเสียชีวิตในที่สุด “ภาวะหัวใจล้มเหลว” เป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ในคนไข้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง อาจมีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูงถึง 50% ภายใน 2 ปี คอลัมน์ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักโรคนี้กันให้มากขึ้น

“ภาวะหัวใจล้มเหลว” คืออะไร

“ภาวะหัวใจล้มเหลว” เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ อาทิ หลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจผิดปกติ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจหนา ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เยื่อบุหัวใจผิดปกติ เราสามารถทำความเข้าใจ และแยกภาวะหัวใจล้มเหลวเป็น 2 แบบหลัก คือ

• การที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ไม่เพียงพอ จะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะเสื่อมลง

• หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ปกติ ทำให้มีเลือดกับน้ำไปคั่งอยู่ด้านต้นทางน้ำก่อนถึงหัวใจ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำเกิน

...

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลิ้นหัวใจผิดปกติ น้ำหนักตัวเกิน หรือโรคอ้วน ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ รวมถึงฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ

อาการ

ดังที่กล่าวมาข้างต้น อาการของภาวะหัวใจล้มเหลวมีทั้งที่เกิดจากอวัยวะต่างๆ ได้รับเลือดไม่พอ เช่น เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ไตทำงานไม่เป็นปกติ และภาวะน้ำเกิน เช่น นอนราบไม่ได้เพราะหอบเหนื่อย ต้องลุกขึ้นมา อาการบวมน้ำ ขาบวม ท้องบวม หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้ทำการรักษา และทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด และจะมีการตรวจเพิ่มเติมโดยการ x-ray ปอดและช่องอก ตรวจเช็กสารในเลือด เช่น BNP ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (ECHOcardiogram) หรือตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การรักษา แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ

• ไล่น้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยการให้ยาขับปัสสาวะ

• ทำให้หัวใจบีบตัวง่ายขึ้น โดยการใช้ยาลดความดันส่วนปลาย และลดการกระตุ้นหัวใจ

• รักษาปัจจัยเสี่ยงหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมปอด เช่น รักษาลิ้นหัวใจที่ผิดปกติ ปรับระบบไฟฟ้าหัวใจที่รวน ถ้าความดันโลหิตสูง ก็ให้ยาลดความดัน ถ้ามีฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ ก็ให้การรักษา เป็นต้น

การป้องกัน

• ควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ เช่น ควบคุมโรคความดันโลหิตสูง ระวังไม่ให้อ้วน ไม่สูบบุหรี่

• รักษาระดับน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

• รักษาโรคอื่นๆ ที่มีผลกับการบีบตัวของหัวใจให้ดีที่สุด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไต ต่อมไทรอยด์ 

• หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสเค็มจัด 

• รับประทานยาที่แพทย์สั่งสม่ำเสมอ และมาพบแพทย์ตามนัด 

• ตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ

...

แม้ว่าภาวะหัวใจล้มเหลว จะเป็นโรคที่มีความอันตรายถึงชีวิต แต่หากเรารักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ทางหนึ่ง

-------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

ผศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร สาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล