ปัญหาหนึ่งที่สาวๆ หรือใครหลายคนกังวลใจ และไม่อยากให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของตนเองเลยก็คือ รอยดำ รอยแดงจากการเป็นสิว แม้ว่าจะดูแลตนเองดีขนาดไหน แต่ถึงช่วงฮอร์โมนปรับเปลี่ยน สภาพแวดล้อมอากาศแปรปรวนก็ไม่วายเป็นสิวเม็ดโต สิวเห่อขึ้นมาจนได้ แล้วพอสิวหายก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว จุดด่างดำ รอยแดง รวมถึงคีลอยด์ ที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่เรียบเนียน ใบหน้าดูหมองคล้ำ ซึ่งทำให้หมดความมั่นใจ และยังต้องใช้เครื่องสำอางที่มากกว่าเดิมเพื่อปกปิดร่องรอยเหล่านั้น จนอาจทำให้สิวขึ้นมากกว่าเดิมอีก สาวๆ คนไหนหรือใครที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ วันนี้เราได้รวบรวมวิธีลดรอยดำจากสิวที่ให้ผลลัพธ์ไว ช่วยปรับใบหน้าให้กลับมาเนียนใสอีกครั้ง จะมีวิธีไหนบ้างตามมาดูเลย!

หลีกเลี่ยงการแกะและบีบสิว

วิธีแรกหากอยากรักษารอยสิวให้หายไว หรือไม่อยากให้มีรอยสิว รอยดำมากกว่าเดิมนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่เป็นสิวให้ได้มากที่สุด ทั้งการแกะและการบีบที่หลายคนมักจะชอบทำเวลามีสิวขึ้น เพราะรู้สึกว่ามันขัดหู ขัดตา อยากให้หัวสิวหลุดออกให้หมด ซึ่งการบีบสิวนี้จะไปกระตุ้นเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้รูขุมขนอักเสบได้ และทำให้การรักษารอยต่างๆ จากสิวใช้เวลานานกว่าเดิม นอกจากนี้มือของเรายังเป็นตัวสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย หากไม่ได้ล้างมือให้สะอาดหมดจด ก็อาจเพิ่มโอกาสให้สิวและผิวหนังอักเสบมากกว่าเดิมได้นั่นเอง

มาสก์หน้าอย่างสม่ำเสมอ

การมาสก์หน้าอย่างสม่ำเสมอทุกคืน สามารถช่วยให้รอยดำ รอยสิวจางลงได้ไวขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นการบำรุงอย่างล้ำลึกและเร่งด่วน เพิ่มความชุ่มชื้นและความแข็งแรงให้กับผิวหน้า โดยจะเลือกใช้เป็นชีตมาสก์แผ่น หรือสลิปปิ้งมาสก์แบบเจลก็ได้ แต่ควรเลือกสูตรมาสก์หน้าที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เช่น มีส่วนผสมแตงกวา ว่างหางจระเข้ หรือมะเขือเทศ ควบคู่กับการใช้ครีมรักษาสิวสลับกันไป รับรองว่ารอยสิวที่คุณกำลังกังวลอยู่ดูจางลง และช่วยให้ผิวดูเนียนกระชับขึ้นอย่างแน่นอน

ใช้เซรั่มหรือครีมบำรุงช่วยรักษาสิว

และเซรั่มหรือครีมบำรุงสำหรับรักษาสิวเป็นไอเทมที่ขาดไปไม่ได้โดยเด็ดขาด หากอยากรักษารอยสิว รอยดำต่างๆ ให้หายไวมากที่สุด ควรทาอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน คือ ก่อนนอนและตอนเช้า โดยให้เลือกเซรั่มหรือครีมบำรุงที่มีสารสกัดที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวกลับมากระจ่างใส เรียบเนียน สม่ำเสมอ ลดรอยต่างๆ เช่น วิตามินซี อาร์บูติน ไนอะซินาไมด์ และ BHA เป็นต้น และนอกจากพิจารณาสารสกัดแล้ว อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง เหมาะกับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้สิวขึ้นซ้ำ จนทำให้เกิดรอยดำรอยแดงจากสิวเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมทุกๆ วัน

สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวและรอยดำรอยแดงต่างๆ มาจากรังสี UVA / UVB ที่จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเมลานินในชั้นผิว สร้างความเสียหายต่อสุขภาพผิว หากใครที่เป็นสิวอยู่แล้ว อาการก็จะยิ่งแย่ลง หายยากมากขึ้น ดังนั้นหากอยากรักษารอยดำจากสิว รวมถึงต้องการให้แผลจากสิวหายเร็วมากขึ้น แนะนำให้ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน ต่อให้ไม่ได้ออกแดดเลยก็ตาม เพราะแสงจากหลอดไฟฟ้า และแสงหน้าจอต่างๆ ก็มีสารรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นอย่างต่ำ มีสารสกัดที่อ่อนโยนต่อผิวที่เป็นสิว และทาให้ได้ปริมาณ 2 ข้อนิ้ว ให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ

สครับหน้า เพื่อผลัดเซลล์ผิว

ในเคสที่มีรอยดำจากสิวสะสมเป็นจำนวนมาก การสครับหน้าเพื่อผลัดเซลล์ผิว กำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป จะช่วยทำให้สีผิวสม่ำเสมอ ใบหน้าเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สครับให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือสูตรเพิ่มความชุ่มชื่นสำหรับผิวแห้ง หรือจะทำสครับเองจากส่วนผสมจากธรรมชาติก็ได้เหมือนกัน เช่น จากน้ำตาลทราย มะขามเปียก โยเกิร์ต หรือน้ำมะนาว ทั้งนี้ไม่ควรสครับหน้าติดต่อกันเป็นเวลานาน จำนวนที่เหมาะกับการสครับคือแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น เพราะการสครับบ่อยๆ อาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง เป็นรอยแดง หน้ามัน หรือเกิดอาการลอกเพราะสูญเสียความชุ่มชื้นได้

การทำเลเซอร์ รักษารอยดำจากสิวอย่างตรงจุด

นอกเหนือจากการใช้ครีมบำรุงรักษาสิว มาสก์หน้า และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอแล้ว การทำเลเซอร์เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถรักษารอยดำจากสิว รอยแดงจากสิว และร่องรอยที่เกิดจากสิวต่างๆ ได้อย่างตรงจุด และให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างไว เพราะแสงเลเซอร์สามารถเข้าถึงผิวหนังชั้นบนและชั้นกลางได้ ช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหา ‘หลุมสิว’ ปัญหาหลังเป็นสิวอุดตันที่คอลลาเจนไม่สามารถเติมเต็มและฟื้นฟูได้ดีพอ โดยการใช้เลเซอร์รักษารอยต่างๆ ในปัจจุบัน ได้พัฒนาจนมีความแม่นยำสูง กำหนดระดับตื้น-ลึกที่ส่งตรงไปยังชั้นผิวได้อย่างละเอียด แถมยังมีระยะการพักฟื้นที่สั้น ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Pico Laser หรือ Fractional CO2 Laser โดยจำนวนครั้งที่ทำก็ขึ้นอยู่กับรอยดำและหลุมสิวว่ามีมากหรือน้อยแค่ไหน และระยะเวลาที่เป็นนานแค่ไหน ทั้งนี้ในการทำเลเซอร์เพื่อลดรอยดำจากสิว และหลุมสิว ควรทำการปรึกษากับแพทย์ที่มีความชำนาญและความรู้เฉพาะทาง เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่าสภาพผิวเหมาะกับการรักษาด้วยเลเซอร์หรือไม่ หรือจำเป็นต้องวางแผนการรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วยหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด

ปัญหารอยดำ รอยแดง และหลุมสิวเป็นปัญหาผิวที่ไม่ว่าใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว และอยากให้ร่องรอยต่างเหล่านั้นหายไวที่สุด ก็ต้องหาวิธีฟื้นฟู ดูแล และรักษาให้ตรงจุด ซึ่งทุกคนสามารถทำตามวิธีที่เรานำมาฝากได้เลย แนะนำว่าให้ทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และอย่าลืมหลีกเลี่ยงการบีบ-แกะสิว มาสก์หน้า การใช้เซรั่มและครีมที่มีสารสกัดรักษารอยดำ รอยแดง ทาครีมกันแดด และสครับหน้า อย่างสม่ำเสมอ ส่วนคนไหนที่อยากรีบรักษารอยสิวอย่างเร่งด่วน ไม่ต้องการพักฟื้นนานๆ อาจเลือกใช้วิธีเลเซอร์ เทคโนโลยีที่จะช่วยให้รอยดำ-รอยแดงจากสิวจางลงอย่างเห็นได้ชัดและรวดเร็ว ที่ DSK Clinic คลินิกรักษาสิวดูแลผิวหนัง มีโปรแกรมทำ Pico Laser เลเซอร์หลุมสิว ลดรอยดำ-รอยแดง ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับปัญหาสภาพผิวแบบไหน เราพร้อมให้คำปรึกษา วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผิวของคุณสวยใสเปล่งปลั่งได้อีกครั้ง

ติดต่อสอบถาม | จองคิว

โทร: สาขา Stadium One 082-162-5359
       สาขารัชดา 081-141-9255
       สาขาบางนา 063-090-7888
       สาขานครปฐม 063-079-9000

ไลน์: @dskinclinic