- ภาวะลำไส้แปรปรวน หรือ Irritable bowel syndrome (IBS) เป็นภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของลำไส้ใหญ่ที่พบได้บ่อย โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า
- ความผิดปกติของลำไส้หลายอย่าง แสดงอาการคล้ายๆ กันกับโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ดังนั้น จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคออกจากโรคที่รุนแรง เช่น มะเร็งลำไส้ และรับการรักษาที่ถูกต้อง
- IBS เป็นภาวะที่สามารถจัดการได้ ด้วยการวางแผนการรับประทานอาหาร และการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
ภาวะลำไส้แปรปรวน หรือ Irritable bowel syndrome (IBS) เป็นภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของลำไส้ใหญ่ที่พบได้บ่อย แม้ลำไส้แปรปรวนจะเป็นภาวะเรื้อรัง แต่ก็มีวิธีรักษา โดยการควบคุมอาการให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
อาการของโรคลำไส้แปรปรวน
- ปวดท้อง
- การถ่ายอุจจาระผิดปกติ (ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง หรือท้องผูก)
- ท้องอืด มีแก๊ส
ซึ่งอาการดังกล่าวจะแตกต่างจากโรคลำไส้อื่นๆ เนื่องจาก IBS ไม่ส่งผลต่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
...
ส่วนใหญ่พบว่าโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ทำให้มีอาการไม่สบายเล็กน้อย มีผู้ป่วยเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีอาการรุนแรง การปรับเปลี่ยนอาหารหรือการลดความเครียด-กังวล เป็นการจัดการกับโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) สำหรับบางคน ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา แต่ไม่ว่าในกรณีใดควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะสิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังทุกข์ทรมานอยู่นั้น เป็นเพียงโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ไม่ใช่อาการของโรคที่ร้ายแรงกว่า เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง
การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
เนื่องจากความผิดปกติของลำไส้หลายอย่าง แสดงอาการคล้ายๆ กันกับโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาจากอาการเฉพาะ รวมถึงอาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อแยกออกจากโรคอื่นๆ
อาการที่ควรรีบพบแพทย์
หากผู้ป่วยมีการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์
- มีเลือดออกทางทวารหนัก
- อาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
- น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ
ปัจจัยเสี่ยงของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรค IBS
- มีความวิตกกังวล หรือความเครียดสูง
- เพศหญิง (ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรค IBS มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า)
- มีอายุต่ำกว่า 45 ปี
สาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
แม้สาเหตุของการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) จะยังไม่ชัดเจน แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเป็น IBS ซึ่งมีปัจจัยหลักอยู่ที่การทำงาน (การบีบตัวของลำไส้) การขยายตัวและหดตัวขณะมีอาหารเคลื่อนผ่าน อาจส่งผลให้มีอาการท้องอืดหรือมีแก๊ส หรืออาการท้องผูก
ปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
IBS เป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- การแพ้อาหาร สำหรับบางคนอาหารบางประเภทสามารถกระตุ้นการเกิดโรค IBS ได้
- ความเครียด
- ฮอร์โมน ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรค IBS สูงกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงมีแนวโน้มที่จะพบโรคลำไส้แปรปรวนได้มากกว่า
การรักษาเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
การรักษาโรค IBS ทำได้หลายวิธี ดังนี้
- ดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่เป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรค
- จำกัดแลคโตส (แลคโตสส่งผลให้ภาวะ IBS แย่ลง)
- เพิ่มปริมาณกากใยอาหารในการบริโภคประจำวัน เพื่อช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น
- จัดการความเครียด เนื่องจากความเครียดส่งผลกระทบให้ IBS แย่ลง แนะนำให้เข้ากลุ่มขอคำปรึกษา หรือการสนับสนุน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้ยา (แก้อาการท้องเสีย ยาต้านความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า เป็นต้น) แม้ว่ายาจะไม่สามารถรักษาโรค IBS ได้ แต่ก็ช่วยให้จัดการกับภาวะลำไส้แปรปรวนได้ง่ายขึ้น
- การเพิ่มแบคทีเรียที่ดี (Probiotic)
สิ่งสำคัญคือ IBS เป็นภาวะที่สามารถจัดการได้ ด้วยการดูแลเรื่องการรับประทานอาหารและการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนั้น หากพบอาการผิดปกติ ไม่ควรละเลย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
บทความโดย นพ. เรวัฒน์ บุญอนุวัฒน์ อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินอาหาร รพ.สมิติเวช สุขุมวิท
...