แน่นอนว่าความเสื่อมของร่างกายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆของร่างกายก็จะเริ่มเสื่อม บางคนเลือกใช้วิธีชะลอความเสื่อมด้วยเทคโนโลยี เช่น เมื่อเซลล์ผิวหนังเริ่มเสื่อมหรือเริ่มมีริ้วรอย หย่อนยาน ก็ใช้วิธีฉีดโบทอกซ์ให้ใบหน้าเต่งตึง ใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มส่วนที่หย่อนยานไม่ได้รูป และทำทรีตเมนต์เพื่อให้สวยใส กระจ่าง อ่อนกว่าวัย ฯลฯแต่แน่นอนที่สุด การดูแลด้วยเทคโนโลยีแบบนี้ อาจอยู่ได้เพียง 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ต้องกลับเข้าสู่กระบวนการดูแลใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆจะดีกว่ามั้ย ถ้าเรามีวิธีการในการฟื้นฟูร่างกายด้วยตัวเอง โดยใช้ศาสตร์แห่งการฟื้นฟูที่เพิ่มพลังชีวิตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สมองและความรู้สึกที่ดีไปพร้อมๆกัน Revival ศาสตร์แห่งการฟื้นฟูแนวใหม่ที่ต่างจากการฟื้นฟูที่เรียกว่า เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation) หรือ กายภาพบำบัด (Physical Therapy) อย่างสิ้นเชิงแอนดรูว์ แลนเซอกอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Revival Fitness ในประเทศไทย และมหาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากประเทศฮังการีบอกว่า Revival เป็นศาสตร์ที่เน้นความสมดุลในทุกส่วนของร่างกาย และการเคลื่อนไหว เราเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงร่างกายของเรา แต่ยังรวมถึงจิตใจและจิตวิญญาณด้วย เราจึงใช้คอนเซปต์ของ Revival ว่า “The Movement is The Key” เป็นการปฏิบัติเพื่อฟื้นฟู ปรับปรุง และเติบโตทางร่างกายและจิตใจในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด เพื่อสภาวะแห่งสุขภาพที่สมบูรณ์ แอนดรูว์ บอกว่า นอกจากการออกกำลังกาย ทำโยคะ หนึ่งในการฝึกแบบ Revival ที่สำคัญ คือ การทำพลัยโอเมตริก (Plyometrics) หรือการเคลื่อนไหวทั้งหมด ทั้งการกระโดด การกระโดดขอบเขตและ/หรือการข้าม ที่เปลี่ยนศูนย์กลางของมวลกายในแนวตั้งหรือแนวนอนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง“ผมคิดว่าการฝึกพลัยโอเมตริกเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแปลงความแข็งแกร่งเป็นพลัง แบบฝึกหัดพลัยโอเมตริกจะพัฒนาการเชื่อมต่อของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เป็นวิธีที่ช่วยพัฒนาความแข็งแรงและความเร็ว หรือพลังได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง พลัยโอเมตริกจะกำหนดการปรับสภาพของกล้ามเนื้อจากตำแหน่งที่มีการกดทับเพื่อการหดตัวที่เร็วขึ้นและแรงขึ้นหรือที่เรียกว่าวัฏจักรการยืด-สั้น” แอนดรูว์ อธิบาย ขณะที่ โทมัส เฮเกดัส หนึ่งในครูผู้ฝึกสอนของ Revival เล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้วการศึกษาของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสตร์เหล่านี้เลย แต่ด้วยความสนใจ และลงมือปฏิบัติจนค้นพบความมหัศจรรย์ของการฟื้นฟูที่เรียกว่า Revival ที่ดีกว่าการออกกำลังกายหรือทำเอกเซอร์ไซส์โดยทั่วไป เขาจึงหันมาศึกษา ค้นคว้า และใช้ตัวเองเป็นคนทดลองศาสตร์นี้อย่างจริงจัง“ผมเริ่มทำ Revival ฟื้นฟูกล้ามเนื้อของตนเอง จนพบว่ามันมหัศจรรย์และมีความเป็นไปได้ที่คนเราจะเดินไปสู่ความเสื่อมอย่างช้าๆ หรือช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลักการของเราไม่ใช่การฟื้นฟูสุขภาพธรรมดาเพื่อการรักษาเหมือนกายภาพบำบัดทั่วไป แต่เราใช้วิธีฟื้นฟูตนเองด้วยการลงมือทำเอง” โทมัสบอกพร้อมกับเผยว่าเขาเคยเป็นเทรนเนอร์ให้ดาราหลายคนด้วยหลักการ Revival สองคนในนั้นคือ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ นอกจาก Revival จะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว การกินก็เป็นเรื่องสำคัญ หลักการที่ว่า You are what you eat ยังใช้ได้ดีสำหรับการดูแลสุขภาพร่างกายให้มีความแข็งแรงชะลอความเสื่อมและความชราออกไปได้นานขึ้นนพ.พงศ์ธร เกียรติดำรงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัด ให้ข้อมูลว่า การกินอาหารก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากในกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย ไม่ว่าจะในมิติชนิดของอาหาร ประเภท รวมทั้งปริมาณ คุณค่าของสารอาหารและแคลอรีที่ร่างกายสมควรได้รับในแต่ละวัน แต่ละวัย อายุที่ต่างกันในแต่ละช่วง จะมีความต้องการพลังงานจากการกินอาหารในแต่ละวันไม่เท่ากัน อายุ 15-18 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 2,200 กิโลแคลอรี อายุ 19-24 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 2,200 กิโลแคลอรี อายุ 25-35 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,800-2,000 กิโลแคลอรี อายุ 36-50 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี อายุ 51 ปีขึ้นไป ต้องการพลังงานประมาณ 1,400 กิโลแคลอรี เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้ความต้องการพลังงานของเรา เราก็จะเลือกกินอาหารที่ถูกต้อง เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป คุณหมอพงศ์ธร ยังบอกด้วยว่า นอกจากพลังงาน อาหารยังสัมพันธ์กับการย่อยอาหารและการนำไปใช้ หรือถ้าอยู่ในกระบวนการดูแลรักษาของแพทย์ ก็อาจจะมีนักกำหนดอาหาร มาช่วยกำหนดเมนูอาหารในแต่ละมื้อ แต่ละวัน เพื่อควบคุมปริมาณไขมัน น้ำตาล เกลือ แป้ง รวมทั้งวิตามินและสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น“ผมยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างในช่วงฤดูหนาวก็มักมีโรคหวัดแพร่ระบาด อาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น วิตามินซี วิตามินดี สังกะสี และซิลิเนียมช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อ อาหารที่มีซิลิเนียมสูง ก็เช่น ถั่วเปลือกแข็ง (Nuts) ปลาทะเล หอย ปลาหมึก ส่วนสังกะสีก็สามารถพบได้มากในหอยทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยนางรม รวมทั้งผลไม้และผักบางชนิดที่เป็นแหล่งของวิตามินซีที่ดี” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัด แนะนำ.