จากเมนูอาหารโปรดที่ล้วนเรียบง่าย ทำทานได้ที่บ้าน
ในโอกาสครบรอบ 62 ปี ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับศิษย์เก่าและปัจจุบัน จัดกิจกรรม “ชม-ชิม เมนูทรงโปรด รัชกาลที่ 9” ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องความพอเพียง ด้วยการเผยแพร่และสาธิตตัวอย่างเมนูอาหารโปรดแบบพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน 5 ธ.ค.59
ในงานได้มีการจัดแสดงเมนูโปรดของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้แก่ พริกเกลือ, สปาเกตตีมิลานเนส, ไข่พระอาทิตย์, บะหมี่หมูแดง, ผัดผัก ถั่วงอกถั่วลันเตา ผัดผักคะน้า, ไชโป๊ผัดไข่, หนำเลี้ยบผัดหมู, พริกขิงปลาฟู, หมูสะเต๊ะ และของหวาน ตะโก้แห้ว ซึ่ง เขมทัตต์ พลเดช นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เราอยากแสดงให้ประชาชนได้เห็นตัวอย่างความเรียบง่ายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยอาหารแต่ละรายการนั้น มีส่วนประกอบและเครื่องปรุงที่มีประจำทุกครัวเรือน ประชาชนสามารถทำได้เองทุกบ้าน และได้เรียนรู้การดำรงชีวิตที่เรียบง่ายตามแบบพระองค์ท่าน
...
นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตเมนูโปรด โดย 3 เชฟชื่อดัง เริ่มจาก “เมนูพริกเกลือ” โดย เชฟดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ กูรูด้านอาหารไทยชาววัง ซึ่งบอกว่า เมนูพริกเกลือนี้ ไม่ได้มีส่วนประกอบจากพริก แต่ที่มีชื่อเรียกว่าพริกเกลือ เพราะเป็นอาหารประเภทของแนมเครื่องจิ้ม เป็นส่วนผสมของเกลือและน้ำตาล ซึ่งไม่ว่าจะมีพริกหรือไม่มีพริกเป็นส่วนประกอบ เราก็จะเรียกพริกเกลือ สำหรับพริกเกลือที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 โปรด จะเป็นพริกเกลือชนิดที่มีมะพร้าวคั่วหอม เป็นส่วนประกอบ
โดยส่วนผสมของพริกเกลือ ประกอบด้วย มะพร้าว ขูด ถั่วลิสง น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลปึก เกลือ ใบเตย ข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการนำมะพร้าวที่ขูดเตรียมไว้มาคั่วด้วยไฟอ่อน ซึ่งน้ำมันจากมะพร้าวจะค่อยๆออกมา จนมะพร้าวเหลือง ส่งกลิ่นหอม แล้วพักไว้ จากนั้นก็จะตำถั่วลิสง น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลปึก ซึ่งหาได้ในครัวทุกบ้าน พร้อมเกลือ และใบเตย ให้เข้ากัน แล้วนำมาผสมกับมะพร้าวคั่วที่ทำไว้แล้ว จากนั้นก็นำไปคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ ก็รับประทานได้แล้ว เมนูนี้ถือเป็นอาหารจานหลัก ที่ทำให้เราเจริญอาหาร มีรสชาติหวาน มัน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมของมะพร้าวคั่ว
...
ส่วนเมนูต่อมาคือ สปาเกตตีมิลานเนส โดย เชฟเนตรอำไพ สาระโกเศศ กล่าวว่า สปาเกตตีมิลานเนส มีความหมายว่า สปาเกตตีสไตล์มิลาน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักจากซอสที่ทำจากมะเขือเทศ และผักอื่นๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น เดียวกับคนอิตาเลียน ซึ่งถือเมนูนี้เป็นอาหารหลักของคนจน เพราะใช้ส่วนประกอบจากผัก และมะเขือเทศที่ปลูกกันมากในประเทศอิตาลี แสดงให้เห็นถึงความสมถะของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เสวยอาหารง่ายๆ ทรงชอบผักชนิดต่างๆ อาทิ แครอท มะเขือเทศ หอมใหญ่ เห็ด เบคอน โดย ผักและเครื่องปรุงชนิดต่างๆที่นำมาสาธิตนี้จะนำมาจากผักที่ปลูกจากโครงการหลวงทั้งสิ้น และมะเขือเทศนั้นเมื่อทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น และมักจะโปรดเป็นเครื่องกลางวัน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า พระองค์เสวยเพื่อให้มีกำลังทรงงานต่อ
...
ปิดท้าย เชฟนิพนธ์ มาสรังรอง เชฟครัว ยุโรปประจำโรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราช ได้ มาสาธิตเมนู “ไข่พระอาทิตย์” โดยกล่าวว่า เมนูนี้เป็นเมนูพระราชทาน ซึ่งทุกคนทำได้ง่ายๆ เป็น สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่าย สมถะของพระองค์ท่าน ที่เสวยอาหารง่ายๆ เพียงตอกไข่แล้วนำข้าวลงไปคลุกในไข่ จากนั้นก็ทอดในน้ำมันร้อนในแบบที่ทอดไข่เจียว ชื่อของเมนูนี้มาจากเมื่อใช้แว่นขยายส่องดู จะเห็นเมล็ดข้าวมีลักษณะเป็นพื้นผิวและมีสีเหลืองส้มคล้ายพระอาทิตย์นั่นเอง.
...