LOUIS VUITTON

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจครั้งใหญ่ยังคงปกคลุมบรรยากาศไปทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอเมริกา ซุกปัญหาทับถมไว้ใต้พรมเยอะแยะ จนตามแก้แทบไม่ทัน  เจอเรื่องเครียดๆแบบนี้ บรรดาดีไซเนอร์แถวหน้าของโลกเลยต้องฮึดสู้ รวบรวมพละกำลัง และไอเดียสร้างสรรค์เต็มร้อย เพื่อดึงดูดเงินจากเหล่าแฟชั่นนิสต้ากระเป๋าหนัก

ซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2014 สองรันเวย์ใหญ่ของโลกแฟชั่น “ปารีส แฟชั่น วีค” กับ “มิลาน แฟชั่น วีค” โบกมือลาสีดำทะมึน, สไตล์สุดแกร่งแบบมาสคิวลีน และความงดงามของสถาปัตยกรรม หันมาหาโครงร่างเฟมมินิน, สีสันจัดจ้าน, ลวดลายพิมพ์แนวแอบสแตร็ก, ลายพรินต์ดอกไม้, การประดับประดาด้วยลูกไม้ชั้นดี, ลูกปัด, หินสีและมุก เพื่อส่งสัญญาณบ่งบอกการมาถึงของฤดูร้อน


รวมพลังกันร่ายมนต์สะกดให้หลงเพลิดไปกับสีสันของซัมเมอร์ โดย “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” คุณปู่ดีไซเนอร์ทรงอิทธิพลแห่งห้องเสื้อ CHANEL โชว์พรสวรรค์หลากหลายให้เห็นอีกครั้งบนรันเวย์ปารีส แฟชั่น วีค ซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2014 โดยเนรมิตโลเคชั่นโปรด “กรองด์ ปาเลส์” ใจกลางกรุงปารีส ให้เป็นหอศิลป์สุดอาร์ต ที่เต็มไปด้วยสีสันและลายพรินต์แอบสแตร็ก เพื่อตั้งคำถามโดนใจว่า “แฟชั่นคือศิลปะหรือไม่?!”

บนรันเวย์เดียวกัน คู่หูดีไซเนอร์ใหม่แห่งห้องเสื้อ วาเลนติโน “มาเรีย กราเซีย กีอูรี” กับ “ปิแอร์เปาโล ปิชชิโอลี” ยังคงหลงเสน่ห์ความเป็นขุนนางชั้นสูงของอิตาเลียน โดยซีซั่นล่าสุด นำลวดลายพิมพ์ชนเผ่าบอลข่าน หนึ่งในต้นกำเนิดสำคัญของอารยธรรมโลก ผสมผสานกับความอลังการของละครโอเปร่าระดับตำนานเรื่อง Tosca และ Norma เป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานสุดกูตูร์ ที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันด้วยคัตติ้งคมกริบ ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการปักลวดลายประดับลูกปัดเพื่อให้ได้ความโก้หรูเกินบรรยาย การันตีว่าจะต้องถูกใจมหาเศรษฐีโลกอาหรับ

ห้องเสื้อใหญ่ของฝรั่งเศส คริสเตียน ดิออร์ ในยุคไร้เงาดีไซเนอร์บ้าพลัง “จอห์น กัลเลียโน” ยังคงหาจุดลงตัวไม่ได้ แม้จะอยู่ในมือของอัจฉริยะวงการแฟชั่นที่สร้างชื่อมาจากลองแวง “ราฟ ไซมอนส์” เพราะเคมีไม่เข้ากัน คอลเลกชั่นล่าสุดบนรันเวย์ปารีส แฟชั่น วีค จึงออกมาสวยโก้ สง่างาม ทันสมัย และเต็มไปด้วยเส้นสายคมกริบตามแบบฉบับของอาร์ตไดเรคเตอร์คนเก่ง แต่เพ่งพินิจยังไงก็ไม่อลังการงานสร้างสมศักดิ์ศรีดิออร์

ด้านดีไซเนอร์รุ่นใหญ่สัญชาติอิตาเลียน จิออร์จิโอ อาร์มานี อวดพรสวรรค์ขั้นเทพในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้สวยโก้ โดดเด่น และน่าสวมใส่ จนครองความเป็นขวัญใจชาวฮอลลีวูดบนพรมแดง โดยทุ่มทุนจัดแฟชั่นโชว์ 2 แบรนด์รวดบนรันเวย์เดียวกัน Giorgio Armani และ Emporio Armani สร้างสีสันคึกคักให้แคตวอล์กมิลาน แฟชั่น วีค ซีซั่นล่าสุด เป็นอย่างมาก คุณปู่โชว์ความเก๋าว่า  แม้เศรษฐกิจยุโรปจะฝืดเคือง แต่อาร์มานียังขายดิบขายดี ชนิดที่ว่าแฟชั่นโชว์ยังไม่จบ ก็มียอดสั่งซื้อเข้ามาเกินครึ่ง

อีกหนึ่งแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียน ที่มีแฟนพันธุ์แท้ทั่วโลก Dolce &Gabbana อุทิศรันเวย์มิลาน แฟชั่น วีค ซีซั่นล่าสุด ให้กับสีสันความประทับใจที่มีต่อเกาะซิซิลี ซึ่งมีรากวัฒนธรรมมาจากศิลปะกรีกโบราณ งานนี้นางแบบเกินครึ่งสวมมงกุฎประดับศีรษะ แมตช์กับต่างหูระย้าคู่โต ชวนให้นึกถึงภาพเจ้าหญิงกรีกโบราณ ขณะที่ความมั่งคั่งของอารยธรรมเก่าแก่ปรากฏให้เห็นจากเหรียญทองที่ประดับประดาเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ จนเหลืองอร่ามไปหมด...น่าอุ้มชะมัด!!

ปิดท้ายแฟชั่นวีคด้วยข่าวใหญ่ระดับทอล์กออฟเดอะเวิลด์ เมื่อ “มาร์ค  เจค็อบส์” ประกาศลาออกจากห้องเสื้อ LOUIS  VUITTON หลังกุมบังเหียนมานาน 16 ปีเต็ม สร้างรายได้มหาศาลให้แบรนด์เนมอันดับ 1 ของฝรั่งเศส โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า อยากไปสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองร่วมกับคู่หู “โรเบิร์ต ดัฟฟี่” รู้อย่างนี้แล้วคงไม่แปลกใจ ที่โชว์สุดท้ายของอาร์ตไดเรคเตอร์มากพรสวรรค์ บนรันเวย์ปารีส แฟชั่น วีค จะมืดหม่นไปด้วยโทนสีดำ, ดำ และดำ โดยมีนางแบบในชุดพิมพ์ลายแทตทูโลโก้หลุยส์ วิตตอง ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความรู้สึก “คับที่อยู่ได้ แต่คับใจอยู่ยาก” แว่วมาว่าอัศวินม้าขาวที่มาแทนที่น่าจะเป็น “นิโคลัส เจสกิแยร์” อดีตดีไซเนอร์มือฉมังแห่งบาเลนเซียก้า...ฝุ่นตลบไปทั้งวงการแฟชั่นแบบนี้ ห้ามกะพริบตาเชียว เดี๋ยวพลาดช็อตเด็ด!!

...

ทีมข่าวหน้าสตรี