วันอาทิตย์นี้ตรงกับ วันจักรี จึงขอชวนแฟนคลับร่วมกันน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งทรงทำศึก สงคราม ปราบศัตรู เสี้ยนหนามแผ่นดิน แล้วทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๑ ปฐมราชวงศ์จักรี ที่ยืนยงมั่นคงมาจนถึง รัชกาลที่ ๑๐ อย่างไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร

ถัดไปก็ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน สนามพระวิภาวดี วันนี้ ดลบันดาลให้ผู้โชคร้ายที่ยังติดอยู่ใต้ซากตึก สตง. ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้มากที่สุด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของทุกคน ที่ถูกฝังมา ๘ วันเข้านี่แล้ว ก็ขอให้กำลังใจอย่างที่สุด

ว่าแล้วก็เข้าตลาดพระของเราต่อ องค์แรก ชมดู พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ที่มีทั้ง “กรุเก่า” และ “กรุใหม่” องค์นี้จัดเป็นหมวด พิมพ์ใหญ่ ซึ่งในอดีตเรียกว่า พิมพ์อกครุฑ เศียรบาตร

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ  วัดใหม่อมตรส  ของ “โป๊ยเสี่ย” นายไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์.
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ วัดใหม่อมตรส ของ “โป๊ยเสี่ย” นายไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์.

...

พิจารณาได้เป็นพระแท้ ดูง่าย สภาพสมบูรณ์ เห็นได้ด้วยสภาพฟอร์มทรงพิมพ์พระ ผิวเนื้อ คราบฝ้ารากรุ แสงเงา ที่ไร้รอยสัมผัส บอกชัดถึงสภาพเดิมๆ ไร้การเสริมแต่ง และการใช้ได้สัมผัส สรุปบริสุทธิ์ทุกอณูอย่างแท้จริง

ซึ่งแม้ความสวยไม่ถึงที่สุดของพิมพ์ แต่หากมองถึงคุณค่าของความเป็นพระสภาพเดิมๆแล้ว บอกได้ว่า “หาองค์สู้ยาก”

อีกจุดสำคัญคือ รอยปั๊มองค์พระเจดีย์ “หมึก ม่วง” ด้านหลังที่เป็นสัญลักษณ์ของ “พระกรุใหม่” ที่นำขึ้นจากกรุเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐--องค์นี้ของ “โป๊ย เสี่ย” ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ เป็นองค์ติดเต็ม สมบูรณ์แบบ แซ่บสุดๆ

ตามมาด้วย พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระพิมพ์ยอดนิยมอันดับ ๑ ของเมืองสุพรรณฯ และได้รับเลือกเป็น ๑ ใน ๕ ชุดเบญจภาคี ด้วยพุทธศิลป์สมัยอู่ทอง ที่ปรากฏในพิมพ์พระ ๓ แบบ คือ ๑.หน้าแก่ (ยุคต้น) ๒.หน้ากลาง (ยุคกลาง) ๓.หน้าหนุ่ม (ยุคปลาย)--แรกพบเรียกว่า “พระเกสรสุพรรณ” เพราะเนื้อพระเป็น ดินผสมว่านยา เกสรดอกไม้ ผงพุทธคุณ

พระผงสุพรรณ  พิมพ์หน้าแก่  วัดพระศรี รัตนมหาธาตุ  ของ “โป๊ยเสี่ย”.
พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ วัดพระศรี รัตนมหาธาตุ ของ “โป๊ยเสี่ย”.

มีบันทึกประวัติการสร้างว่า พระมหาเถรปิยะทัสสี ศรีสารีบุตร กับ พระฤๅษีพิมพาลัย จัดสร้าง ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ แล้วมาพบกรุตอนชาวจีนไปถางที่ทำไร่ ที่องค์พระปรางค์เจดีย์ วัดพระศรี รัตนมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๖

ทางการ จึงทำพิธีเปิดกรุ พบลานทอง บอกประวัติผู้สร้างองค์พระปรางค์ และผู้สร้างพระเครื่อง พร้อมวิธีการใช้บูชา ที่มีพบทั้งพระพุทธรูป พระพิมพ์เนื้อชิน เนื้อดิน พุทธศิลป์สมัยต่างๆ

อาทิ ๑.พระกำแพงนิ้ว กำแพงศอก (สุโขทัย) ๒.พระมเหศวร (อู่ทอง) ๓.พระสุพรรณ (หลังผาล) ๔.พระปทุมมาศ ๕.พระพิมพ์ท่ามะปรางค์ ๖.พระผงสุพรรณ แบบองค์นี้ ซึ่งก็กรุ “โป๊ยเสี่ย” ซึ่งเมตตาเอ็นดู สีกาอ่าง เสมอมา จึงให้ภาพพระยอดนิยมองค์งามๆเยี่ยม มาเผยแพร่ให้ท่านผู้ชมตลอด

อีกองค์เป็น เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๒ เนื้อทองแดง บล็อกเรียบ พระครูพรหมสร (รอด) วัดบ้านไพ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ๑ ในเหรียญพระเกจิฯยอดนิยมเมืองโคราช

นักนิยมพระแยกเล่นเป็นบล็อกนิยม ๓ แบบ คือ ๑.บล็อกอาร์ (นิยมสุด) ๒.บล็อกรอดแตก และ ๓.บล็อกเรียบ อย่างองค์ในภาพ ของ เสี่ยโอเล่ โคราช

เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๒  เนื้อทองแดงรมดำ  หลวงพ่อพรหมสร (รอด)  วัดบ้านไพ  ของโอเล่  โคราช.
เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๒ เนื้อทองแดงรมดำ หลวงพ่อพรหมสร (รอด) วัดบ้านไพ ของโอเล่ โคราช.

...

เป็นเหรียญสภาพสวย แชมป์ เดิมๆ ผิวมีรอยสัมผัสใช้เล็กน้อยแบบนี้ ราคาหลักหมื่นปลายขึ้นหลักแสน แต่หายาก

อีกเหรียญเป็น เหรียญรุ่น ๔ พ.ศ.๒๕๐๔ เนื้ออัลปาก้า บล็อกนิยม ๑๐ ขีด หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี วัดจัดสร้างระหว่างปี พ.ศ.๒๕๐๔-๐๕

เป็นเหรียญปั๊มเนื้ออัลปาก้า กะไหล่เงิน-ทอง จุดพิจารณาสำคัญอยู่ที่ด้านหลังเหรียญ ตรงไหล่ซ้าย อ.ทิม จะมีเส้นแตกแบบรอยขีด เรียงกันเป็น ๒ แถว แถวละ ๕ ขีด

เหรียญรุ่น ๔  พ.ศ.๒๕๐๔ เนื้ออัลปาก้า  หลวงปู่ทวด  วัดช้างให้  ของครูโอ  กุฏิทอง.
เหรียญรุ่น ๔ พ.ศ.๒๕๐๔ เนื้ออัลปาก้า หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ของครูโอ กุฏิทอง.

สภาพเหรียญสวยเดิมอย่างเหรียญนี้ ของ ครูโอกุฏิทอง ราคาเล่นหาอยู่ที่หลักหมื่นปลายใกล้แสนแร้ว

คิดไปแล้วแสนเสียดาย เพราะข้าพเจ้าอุตส่าห์ไปเรียนถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พอวันหยุดหรือวันโดดเรียน ก็ชวนกันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวทั่วจังหวัด เพราะตอนนั้น พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๖ ยังไม่มีเรื่องแบ่งดินแดน หรือก่อการร้ายรุนแรงอะไร เราก็ไปวัดช้างให้กันบ่อยๆ แต่ไม่ยักจะคิดเช่าพระหลวงพ่อทวดกันเลย เพราะเป็นนักศึกษา ไม่มีตังค์พอจะเช่าพระด้วยล่ะ 

...

รายการถัดไปเป็น รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อทองคำ รุ่นฉลองศาลหลักเมือง นนทบุรี พ.ศ.๒๕๓๓ ของ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี

รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อทองคำ หมายเลข ๑๒๘ รุ่นฉลองศาลหลักเมืองจังหวัดนนทบุรี พ.ศ.๒๕๓๓ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ของ “อ.พอยท์”.
รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อทองคำ หมายเลข ๑๒๘ รุ่นฉลองศาลหลักเมืองจังหวัดนนทบุรี พ.ศ.๒๕๓๓ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ของ “อ.พอยท์”.

เป็นพระพิธีใหญ่ ที่วัดจัดสร้างย้อนยุค องค์นี้ของ “อ.พอยท์” ศิวกร อนันต์ศิริขจร บัณฑิตพราหมณ์ ที่กำลังมีชื่อเสียงด้านพิธีกรรม โหราพยากรณ์ ซึ่งบอกว่ารู้สึกได้ถึงความเข้มขลัง จึงส่งภาพมาชม เผื่อใครมีโชคลาภ จากเลขลำดับ องค์ที่ ๑๒๘

...

สุดท้ายคือ หุ่นพยนต์ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๖๑ พระอาจารย์ มหาอมรเมโธ วัดเหนือ ต.วังพิกุล จ.เพชรบูรณ์

หุ่นพยนต์ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๖๑ พระอาจารย์มหาอมรเมโธ วัดเหนือ ของโอม ทองอินทร์.
หุ่นพยนต์ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๖๑ พระอาจารย์มหาอมรเมโธ วัดเหนือ ของโอม ทองอินทร์.

หุ่นพยนต์ เป็นเครื่องรางยอดนิยมสมัยโบราณ ที่ผู้สร้างต้องมีวิชาอาคมแก่กล้ามากถึงจะ ผูกหุ่นพยนต์ ให้เข้มขลังได้ อย่าง หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ จ.สมุทรสาคร หลวงปู่รอด วัดนายโรง ฯลฯ

พระเกจิฯจะสร้าง หุ่นพยนต์ โดยเอาวัสดุ เช่น หญ้าแพรก ผ้า ไม้ไผ่ หรือขี้ผึ้ง มาผูก หรือปั้น ให้เป็น รูปทรงของคน จึงเรียกว่า ผูกหุ่น แล้วเสกด้วยคาถาอาคม เรียกอาการ ๓๒ เหมือนคน เพื่อให้หุ่นพยนต์มีชีวิต และทำตามคำสั่งเจ้าของ ซึ่งใช้ให้เฝ้าบ้าน ส่งไปทำร้ายศัตรู

ปัจจุบันแทบจะไม่มีพระเกจิอาจารย์ใดได้รับถ่ายทอดวิชาจนเกือบสาบสูญ (เพราะสมัยนี้ทำ หุ่นยนต์ Robot แทน) จน เสี่ยโอม ทองอินทร์ ส่งภาพนี้มาจึงได้รู้ว่ายังมี พระครูวินัยธรอนุวัตร “อ.มหา” เจ้าคณะ ต.วังพิกุล จ.เพชรบูรณ์ จัดสร้างได้ เพราะได้รับสืบทอดวิชามา--จึงจัดสร้างเป็น หุ่นพยนต์ นารายณ์แปลงรูป ออกเป็นรุ่นแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๑

แต่มีไม่มาก มี ๑.องค์ครู สีทอง สูง ๘ นิ้ว ๑๐ องค์ ๒.องค์คุม (สีแดง) สูง ๔ นิ้ว ๓๓ องค์ ๓.องค์เล็ก ๒๐๐ องค์ ด้วยรูปแบบวัสดุที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เห็นปุ๊บรู้ปั๊บ “เล่นง่าย” กำลังได้รับความนิยมสูง แต่หายาก เพราะมีสร้างน้อย ราคาว่ากันเบาะๆ ที่หลักหมื่นกลางๆ

หาเรื่องยิ้มหน่อยให้คนที่กำลังจิตตก เพราะแผ่นดินไหว ไหนจะตึกถล่ม คอนโดฯ พัง ด้วยเรื่องปิดท้ายในตลาดสดเปิดใหม่ ชานเมืองนครปฐม ซึ่งเงียบเหงา ลูกค้าน้อยแทบไม่มีมาแรมเดือน แม่ค้าพ่อค้าจึงคุยกันว่าจะหาทางออกยังไง

บ้างว่าจะเปลี่ยนหาสินค้าใหม่มาขาย บ้างมีความเห็นให้เจ้าของตลาดทำประชาสัมพันธ์มากขึ้น หลายคนบอกจะลดราคาสินค้า ทุกคนก็รับฟังอย่างฝืนๆ เพราะไม่รู้จะได้ผลไหม

จน ลุงชิน พ่อค้าขนมไทย เห็นทุกคนเงียบก็พูดว่า หาพระเครื่อง-ของขลังพระเกจิฯดังๆ มาบูชา สวดภาวนาเรียกลูกค้าน่าจะดีกว่าป่าว

ทุกคนฟังแล้วก็เห็นด้วย เพราะหาของใหม่มาขายก็ต้องลงทุนเพิ่ม ถ้าขายไม่ออกทุนยิ่งจม จะทำประชาสัมพันธ์ก็ต้องเสียค่าโฆษณา ลดราคาสินค้าก็ไม่ไหวเพราะลดจนจะไม่เหลือกำไรแล้ว จึงแยกย้ายกลับไปหาพระเครื่องของขลังที่บ้าน มาเรียกลูกค้า เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

คลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม