กลายเป็นข่าวเศร้าวงการบันเทิง สำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอดีตนักร้องหนุ่ม เต้ ธามัน เต้พันธ์ หรือ เต้ ดราก้อนไฟว์ สมาชิกวงดราก้อนไฟว์ บอยแบนด์ชื่อดัง หลังจากหายตัวจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ส.ค. 2569 ก่อนที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครร่วมกตัญญูพบร่างของเต้กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 7 จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 7 ส.ค. 2569 ดังที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้
โดยหลังจากที่มีการชันสูตรศพ ล่าสุดทางครอบครัวได้นำร่างของ เต้ ดราก้อนไฟว์ มาทำพิธี ณ วัดบัวขวัญ ศาลา 5 สำหรับบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก ด้าน คุณแม่ดารา เต้พันธ์ คุณแม่ของเต้ ยังคงอยู่ในอาการร่ำไห้เสียใจ ก่อนจะเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงการจากไปของลูกชาย ซึ่งคุณแม่เล่าว่า “ลูกแม่เป็นคนที่อ่อนโยน ไม่เคยเถียง ไม่เคยขึ้นเสียงอะไรกับแม่เลย มีแต่คุณแม่ครับๆ แล้วเขาก็ทำงานมาอย่างหนักมากนะคะ เขาก็บอกว่าคุณแม่ เต้เนี่ย อาทิตย์นึงเต้ทำงาน 7 วันนะคุณแม่
แล้วเขาก็ต่อสู้มาทุกอย่างนะคะ งานแรกที่เขาทำคือเขาสร้างโรงเรียนเพื่อจะสอนเด็กเต้น สอนเด็กการแสดง พอเตรียมพร้อมอะไรหมดทุกอย่าง ก็เกิดโควิด ก็ไม่สามารถที่จะเปิดได้
แล้วหลังจากนั้นก็คุยกัน เขาบอกคุณแม่ เต้จะเปิดร้านขายเสื้อผ้านะ ก็ตามใจ ลูกอยากทำ ก็ให้เขาเปิดร้านขายเสื้อผ้า พอเปิดร้านขายเสื้อผ้าปั๊บ ไม่กี่วันน้ำท่วมใหญ่ ธุรกิจเสื้อผ้าก็หยุดไป แล้วก็ไม่นาน เขาบอกคุณแม่ เต้จะเปิดร้านอาหารเหนือนะ เพราะแม่เป็นคนเหนือ ภรรยาเขาก็เป็นคนเหนือ เต้ขายอาหารเหนือนะ ก็บอกว่าเอาเลยลูก แม่สนับสนุนได้ทุกอย่าง เต้อยากจะทำอะไรเต้ทำเลยลูก
เขาก็เปิดร้านอาหารเหนือ เปิดได้ไม่นาน ถนนหน้าบ้านคือถนนสามัคคี ขุดทั้งปี เดี๋ยวทำถนน เดี๋ยวทำท่อประปา เดี๋ยวฝังท่ออะไรต่างๆ นานา ปีนึงมันจะมีอยู่ตลอด แล้วก็ทำช้ามาก เต้เค้าก็เปิดร้าน "เฟืองขนาด" ก็...ก็แย่ลงไปอีก พอร้านอาหารเหนือแย่ลงไป ไม่นาน เขาบอก "คุณแม่ครับ เต้จะเปิดโรงเรียนตัดผมชายนะ" ก็บอกเอาเลยลูก เปิดโรงเรียนสอนตัดผมชาย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเปิดอยู่นะคะ
แล้วเต้เขาเป็นคนใจดี เขาก็พานักเรียนแล้วครูอาจารย์ที่สอนอยู่นะคะไปเป็นจิตอาสา ทุกวันเสาร์เขาจะไปที่โลตัสแคราย ไปตัดผมฟรี แล้วที่ข้างๆ โรงเรียนเขาก็จะมีโรงเรียนประชาอุปถัมภ์ เขาก็พาช่างไปตัดผมฟรี แล้วอย่างปีใหม่นี่เขาก็จะไปที่พวกไม่มีบ้าน เขาก็ไปตัดผมให้ อันนี้คือนิสัยของเขานะคะ เขาเป็นคนอ่อนโยนมากๆ เขาเกิดมาเขาไม่เคยเถียงแม่ ไม่เคยขึ้นเสียง เสียงเขาก็จะมีแต่ "คุณแม่ครับๆ” แค่นั้นแหละค่ะ ก็คงจะมีแค่นี้นะคะ”
เขาดูแลคุณแม่ยังไงบ้างที่ผ่านมา?
“โอ... เรียกปุ๊บมาปั๊บ คุณแม่จะไปไหนอ่ะ คุณแม่จะไปตรงนั้นตรงนี้ เรียกเขาก็จะมาทันที แล้วเวลาแม่มีเพื่อนเยอะ มีหลายกลุ่ม แม่เป็นคนชอบเที่ยว พอบอกเต้ว่า แม่จะไปเที่ยวตรงนี้นะลูก เขาดีใจมากๆ เขาจะเตรียม...เขาจะเตรียมเงิน เขาจะเตรียมเสื้อผ้า เขาจะเตรียมกระเป๋าให้นะคะ ดีใจที่แม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ”
เขามีพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายบ้างไหม เขาบ่นบ้างไหมว่ามันไม่เพียงพอ หรือเศรษฐกิจตอนนี้มันยังงี้ เรื่องธุรกิจที่ไม่คล่องตัว?
“เขาเลี้ยงตัวเองได้ แม่ให้เขาเปิดโรงเรียน แม่ก็ให้เขาเลี้ยงตัวเองได้อ่ะค่ะ แค่นั้นเองค่ะ”
เขามีสิ่งที่เขาอยากทำ แต่เขายังไม่ได้ทำบ้างไหม?
“ตอนนี้อันสุดท้ายนี่ก็คือ โรงเรียนสอนตัดผมชายเนี่ยแหละค่ะ ที่เขาอยากทำ แล้วก็อยากจะไปเป็นจิตอาสา”
แสดงว่าช่วงปลายปีนี้เขาก็มีวางแผนไว้เหมือนกันว่าอยากจะไปตัดผมให้กับคนอื่นๆ อีก?
“ไม่ๆๆ เพราะว่าเขาทำมาตลอดค่ะ อย่างต้นปีโน่นปีใหม่เขาถึงจะพาช่างหรือว่านักเรียนที่สำเร็จแล้วอ่ะนะคะ ไปตัดผมให้กับพวกไม่มีบ้านอ่ะค่ะ”
เวลาเขาทำธุรกิจ เราให้กำลังใจลูกยังไงบ้าง?
“ให้สิคะ แม่ก็ดีใจสิ แม่สนับสนุนเขาอยู่ตลอดอยู่แล้ว เพราะแม่มีลูกคนเดียวค่ะ เต้อายุ 46 เนี่ย”
เมื่อกี้เห็นแม่ไปเคาะที่โลงศพ คุณแม่บอกอะไรกับลูกบ้าง?
“ก็บอกว่า ลูกอ่ะทำงานมาอย่างเต็มที่ ไม่มีคำว่าขี้เกียจ ไม่มีคำว่าท้อ 7 วันลูก อาทิตย์นึงลูกทำงาน 7 วัน ต่อไปนี้ลูกก็จะได้พักผ่อน ลูกก็จะได้ไม่เจ็บ ไม่หนาว ไม่หิว ไม่ป่วย ไม่ไข้ ถึงเวลาที่ลูกจะได้พักผ่อนแล้ว ลูกเป็นคนดี ลูกก็ย่อมไปในที่ที่ดี”
คิดว่าเต้ยังมีอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจที่ยังไม่ได้ทำไหม?
“อ๋อ ยังมี เพราะว่าพี่เต้เขาไปเอาใบขอบวชที่วัดสังฆทานมา เขาไปขอมาแล้วนะคะ เอามาให้แม่ดูแล้ว ว่าเขาอยากจะบวช”
แล้วเขาจะมีกำหนดบวชเมื่อไหร่?
“ยังไม่ทราบค่ะ มีแต่ใบมาค่ะ ก็ยังไม่ได้คุยกันเรื่องบวช แต่ว่าไปขอมาแล้วค่ะ พอเขามาบอกว่าเขาจะบวช คุณแม่ก็ดีใจสิคะ ลูกชายคนเดียวบวชนะคะ ดีใจค่ะ ดีใจมากๆ เลย เพราะมันเป็นธรรมชาติของพ่อแม่นะคะ พอลูกบอกลูกจะบวชเนี่ย มันเป็นความดีใจยังไงก็ไม่รู้นะคะ”
ตอนที่เขามาแจ้ง เขาบอกไหมว่า เขาอยากบวชเพราะอะไร?
“เขาก็ไม่ค่อยพูดอะไร เขาก็บอกว่า เต้อยากบวช คุณแม่ก็บอกอนุโมทนาบุญนะลูก”
ผลการชันสูตรแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตเพราะอะไร?
“เอ่อ... อีก 67 วันถึงจะส่งผลมาค่ะ”
แล้วจักรยานที่ขี่ไปด้วยเจอไหม?
“ไม่เจอค่ะ ถามว่าเขาได้ลงไปงมไหม ไม่ทราบ อันนี้มันเป็นเรื่องของตำรวจนะคะ”
คุณแม่ยังมีอะไรที่คาใจไหม?
"แม่ก็ยังคิดอยู่ว่า เต้จะโดนทำร้ายแย่งจักรยานหรือเปล่า แม่ติดใจแค่นี้เองค่ะ อันนี้มันก็แล้วแต่ว่าตำรวจเขาจะทำให้ได้แค่ไหน ซึ่งตำรวจเขาก็คงจะทำเต็มที่นะคะ จะได้แค่ไหน แต่เมื่อได้ผลมาแล้ว แม่ก็ถือว่าเต้เขามาได้แค่นี้ เขาสมควรที่จะพักผ่อนได้แล้วนะคะ ทำงานหนัก พักผ่อน ลูกก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตอนที่เขาจะปิดฝา แม่ก็จับตัวลูกดูนะคะ มันเย็น แม่มีความรู้สึกวาบขึ้นในใจว่า อันนี้คือลูกพักผ่อน ลูกนอนหลับ หลับให้สบายนะลูก หลับให้สบาย พักผ่อนให้เต็มที่ ลูกเหนื่อยมามากแล้ว แม่ก็... ความรู้สึกของแม่ที่วาบขึ้นมานะคะ ที่นั่งรถมา แม่ก็รู้สึกอย่างนั้นว่า อันนี้คือการได้พักผ่อนของลูกแล้ว แม่ขอพูดแค่นี้ได้ไหมคะ แม่ไม่อยากจะพูดเลยแล้วค่ะ”
ขอบคุณและแสดงความเสียใจด้วย ขอเป็นกำลังใจให้
“ ขอบคุณมากค่ะ (ยกมือไหว้) ขอบคุณทุกคนนะคะ แม่...แม่เห็น แม่เห็นพวกคุณแล้ว แม่ดีใจ (ร้องไห้) แม่มีความรู้สึกว่า เต้มีคนรักมากเหลือเกิน มีแต่คนรักเต้ทั้งนั้น แม่ดีใจค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม