จากกรณีอดีตนักร้องหนุ่ม เต้ ธามัน เต้พันธ์ หรือ เต้ ดราก้อนไฟว์ เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครร่วมกตัญญูพบร่างของเต้กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 7 จ.นนทบุรี กลายเป็นข่าวเศร้าสะเทือนวงการบันเทิง 

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หยวน กวินรัตน์ ยศอมรสุนทร หรือ หยวน ดราก้อนไฟว์ เดินทางมาถึง สภ.อ.เมืองนนทบุรี เพื่อมาดูร่างของเต้ ดราก้อนไฟว์ เป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อหยวนทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าในกระเป๋าสะพายที่ติดมากับร่างของเต้มีก้อนหินซึ่งมีน้ำหนักมากอยู่ด้วย ทำให้หยวนถึงกับอุทานว่า “แม่xเอ๊ย” 

และเมื่อหยวนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เจ้าตัวก็ได้เล่าถึงเรื่องความสัมพันธ์กับเต้ และร้องไห้อย่างหนักเมื่อให้เจ้าตัวพูดถึงเพื่อนรุ่นพี่ที่เพิ่งจากไปอย่างกะทันหัน

ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจด้วย?

หยวน: ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยครับ เพราะว่าตั้งแต่เพื่อนหายตัวไปเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นเพจของคนเมืองนนท์ เพจทุกเพจเลยจริงๆ แล้วก็พี่ๆ สื่อมวลชนทุกช่องเลย ช่วยกันอย่างเต็มที่ สุดความสามารถเลยที่ช่วยตามหาเพื่อน อันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณทุกคนจริงๆ แทนครอบครัวด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

วินาทีที่เราทราบข่าวว่าเต้ไม่ได้มีปาฏิหาริย์อย่างที่เราคาดหวังไว้ มันจุกอกขนาดไหนสำหรับเราในฐานะเพื่อน?

หยวน: คือพอดีวันนี้คือผมอะไปถ่าย ไปถ่ายหนังนะครับ ไปถ่ายหนังของผมอยู่แถวๆ ปทุมธานี ก็นอนไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ เมื่อคืนนี้ไม่ได้นอนเลย เพราะว่าจริงๆ วันนี้ผมต้องถ่ายหนัง ผมต้องพักผ่อนให้เต็มที่ แต่ว่าเมื่อคืนนี้ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู 

พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปุ๊บ ก็เลยน้องๆ เขาก็บอกว่า พี่ๆ พี่เต้หาย พี่เต้หายไปจากบ้าน เราก็เลยทำรีโพสต์ แล้วก็รีบโพสต์หาให้ทุกคนช่วยตาม แล้วก็น้องๆ ก็บอกว่า พี่นอนเหอะพี่ ไม่ต้องทำ เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ต้องถ่ายหนังแต่เช้า มันก็นอนไม่หลับ นอนไม่หลับจนสว่างเลยครับ 

ก็ตั้งใจว่าเดี๋ยวเราตั้งใจถ่ายหนังเราให้เต็มที่ หลังจากนั้นเนี่ย เดี๋ยวเรามาทำงานกันต่อ เพราะว่าผมเป็นอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งอยู่ เราก็จะให้พี่ๆ เนี่ยประสานงาน ก็ประสานงานทางป่อเต็กตึ๊งด้วยว่าให้ช่วยหาหน่อย เรามีคนอยู่เยอะหลายจุด เผื่อจะเจอครับ

พอถ่ายหนังออกมาเสร็จปุ๊บ สายแรกที่รับก็คือสายของผู้จัดการ เพราะผมก็แบบโทรศัพท์มันดังไม่หยุดเลย ผมก็รับสายแรกผู้จัดการ ผู้จัดการบอกปุ๊บ ผมก็รู้สึกแบบ... มันเหมือนกับไม่เชื่ออะ ว่ามันจะเป็นจริงเปล่า มันไม่น่าใช่อะ มันไม่น่าใช่ ผมแบบแน่ใจแล้วเหรอ เขาเห็นแล้วเหรอ ว่ามันเป็นอะไร แต่ว่าผมอะอยู่ในกลุ่มของป่อเต็กตึ๊ง 

เขาก็เลยคุยกับทางทีม บอกว่าทีมที่ไปงมบอกว่าเป็นไง เขาบอกว่า พี่ไหวไหมล่ะ คือตอนแรกผมก็ไม่ไหว ก็ไม่ไหวสักพักนึง ก็ตั้งสติ แล้วบอกส่งมาให้ดูหน่อย ผมอยากรู้ว่าใช่หรือเปล่า เพราะผมดูออก ผมดูออกเลยว่าใช่เพื่อนผมไหม 

ก็คือ...ผมจำได้ ผมจำได้ว่าเพื่อนผมมีรอยสักเลข 8 อยู่  แล้วก็รูปพรรณสัณฐาน หุ่น เพราะว่าพี่เต้เขาจะสูงพอๆ กับผม ประมาณ 186-187 ครับ แล้วเขาใส่ชุดที่เขาชอบ ชุดปั่นจักรยานของเขาครับ

ก่อนหน้านี้เราได้มีพูดคุยอะไรกันไหม หรือว่าจับสังเกตความเครียดของพี่เต้บ้างไหม?

หยวน: คือพี่เต้มีอะไรเขาจะโทรหาเรา ก็ไม่ได้โทรทุกวัน แต่เขาจะโทรหาเราเรื่อยๆ ว่าแบบ เฮ้ย หยวนเป็นไงบ้าง ในช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุ พี่เต้เขาก็โทรหาเพื่อนๆ ทุกคน แล้วเหมือนพี่เต้ก็โพสต์ในกลุ่ม เป็นคลิปของวงเรา ดราก้อนไฟว์ ที่จัดคอนเสิร์ตไปเมื่อปีสองปีที่แล้ว ตอนที่เราไปออกรายการ เราก็เออ...เหมือนเขาคงคิดถึงเนอะ 

แต่ว่าโทรมาทุกครั้งเนี่ย เราก็จะถามสารทุกข์สุขดิบกันอยู่แล้วเป็นปกติว่า เออ หยวนเป็นไงบ้าง ผมบอกพี่เต้เป็นไง เขาก็จะมีเรื่องอะไรเขาก็จะปรึกษาเรา เพราะเราก็จะเป็นคนที่รับฟัง อ๋อ พี่ ไม่เป็นไร เราก็อยู่ด้วยกัน ลุยไปด้วยกันนะพี่นะ เดี๋ยวผมมีเรื่องอะไรที่ช่วยได้ ผมช่วยเต็มที่ พี่ไม่ต้องกลัว เราไปด้วยกัน

ผมถึงยังรู้สึกว่า เอ๊ะ มันเป็นไปได้เหรอ เพราะว่าพี่เต้เป็นคนที่รักครอบครัวมาก เขารักแม่มาก รักครอบครัวมากๆ แล้วเขาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนอะไรเลย แม้กระทั่งครอบครัวเอง เขาก็ดูแลเป็นอย่างดี กับทางคุณแม่เอง กับทางครอบครัวเองผมได้คุย ก็ไม่มีสัญญาณอะไรใดๆ ทั้งสิ้นเลยครับ

ปกติพี่เต้โทรหาเพื่อนบ่อยไหม?

หยวน: ก็โทรเรื่อยๆ นะครับ อย่างผมเนี่ยจะคุยเรื่อยๆ มีอะไรก็จะโทรมาคุยเรื่อยๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง

ส่วนใหญ่คุยเรื่องปัญหาหรือว่าคุยเรื่องอะไรกัน?

หยวน: ก็อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวนิดนึงนะครับ แต่หมายถึงว่า มันก็เป็นเรื่องที่เหมือนเราปรึกษากันอะ เออ หยวนเป็นยังไง (แต่ไม่ใช่เรื่องเครียดใช่ไหม เป็นเรื่องปกติ?) ก็ปกติครับ ก็จะเป็นเรื่องที่เราเคยคุยกันอยู่เรื่อยๆ ก็คุยกันปกติเลยครับ แต่มันไม่ได้มีอะไรแย่ขนาดนั้น 

คือเรารู้สึกว่า เฮ้ย ไม่เป็นไร เราอยู่ด้วยกันอยู่ เรายังช่วยกันได้ ไม่เป็นไรพี่ ยังอยู่ด้วยกัน มีอะไรเราก็ไปด้วยกัน ก็ไปด้วยกัน ก็เป็นกำลังใจให้กันอย่างนี้ตลอดครับ เพราะว่าพี่เต้เองแกก็ไลฟ์ TikTok 

แล้วเขาไม่ได้มีภาวะซึมเศร้าอะไรใช่ไหม?

หยวน: อืม ถามว่าคนเรามันจะมีไหม คือผมรู้สึกว่าพี่เต้อาจจะมีเรื่องเครียด เพราะว่าตอนนี้พี่เต้ทำธุรกิจร้านตัดผม แล้วเขาเปิดมา เขาก็ดูแลเด็กๆ เหมือนคนในครอบครัว สอน ไปตัดผมให้ฟรีตามที่ต่างๆ คือแกน่ารักมากเลย แล้วก็ดูแลแฟนคลับ นี่ก็เพิ่งวันเกิดเขาเอง แล้วเขามาร่วมวันเกิดในวันที่ผมทำงานพอดี ผมบอกผมไม่ได้ไป น้องๆ เขาก็ไปรับประทานอาหารกัน ผมก็ไม่ได้ไปอยู่กับพี่เต้ แล้วผม... ไม่รู้อะ ผมรู้สึกว่าชีวิตเขายังดี มีอะไรดีๆ อีกเยอะ

คุณแม่ก็บอกว่าเตรียมจะบวชด้วยใช่ไหม?

หยวน: ใช่ คุณแม่ก็โอ้โห ดีใจมาก เพราะว่าพี่เต้จะบวช คุณแม่พกเอกสารติดตัวเลย ว่าแบบเฮ้ย นี่พี่เต้เขาจะบวชแล้ว  ทำเรื่องแล้วนะ มีใบออกมาแล้ว จะไปบวชแล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกแบบเฮ้ย ในมุมของเราอะ คือคนที่รู้สึกแย่จะไม่แก้ปัญหา เขาจะหนีปัญหา 

แต่พี่เต้เป็นคนชนกับปัญหาตลอด คือเขามีปัญหาอะไรเขาก็จะชน เขาจะแก้ เขาจะชน เขาจะแก้ หาทางออก ไม่ใช่ว่าแบบหนี ผมเลยรู้สึกว่าเฮ้ย มันไม่น่าใช่ แล้วนี่มันเหมือนมีอะไรหลายๆ อย่างด้วย ที่คุณแม่บอกเรา เราก็รู้สึกแบบ เฮ้ย มันใช่เหรอวะ

แล้วอย่างกรณีที่พบหินอยู่ในเป้ที่พี่เต้สะพาย คิดกับเรื่องนี้ยังไง?

หยวน: อันนี้ผมคงพูดอะไรไม่ได้จริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดได้เลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่เขาต้องพิสูจน์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วก็ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ครอบครัวออกมาบอกครับ ผมเองก็ยังถือว่าใกล้ชิดในมุมที่ยังไม่ใกล้เท่ากับครอบครัว ผมอยากให้ครอบครัวมาพูดเรื่องนี้มากกว่า ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่ ขออนุญาตครับผม

หลังจากนี้คือขั้นตอนการนำร่างจะเป็นยังไงต่อ?

หยวน: เดี๋ยวทางครอบครัวต้องทำเรื่อง แล้วก็เอาศพออกมาวันพรุ่งนี้ ก็จะไปที่วัดบัวขวัญ แล้วก็ไปทำพิธี อันนี้คุณแม่บอกไปแล้ว ถ้าใครที่มีความรักกับพี่เต้ อยากมา ก็สามารถมาได้ ส่วนผมเองก็ประสานงานเต็มที่ เพราะว่าเราอยู่กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก็ให้ทางมูลนิธิดูแลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งอะไรก็แล้วแต่เนี่ย ผมก็ดูแลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ดูแลให้เลย แล้วก็ส่วนผมเอง ผมก็ส่งซัพพอร์ตในส่วนอื่นครับ

แล้วได้คุยกับทางครอบครัวไหมว่า จะนำศพไว้กี่คืน สวดกี่คืน?

หยวน: ที่คุณแม่ได้คุยกันคร่าวๆ นะครับ เพราะว่าทุกอย่างมันฉุกละหุกมาก น่าจะประมาณ 5 วันนะครับ โดยพรุ่งนี้เป็นวันแรกเลย คือไปถึงที่วัดปุ๊บ ก็ทำพิธีพรุ่งนี้วันแรกเลยครับ

ขอนุญาตถาม ถ้าพี่หยวนจะพูดถึงพี่เต้ อยากจะพูดอะไรกับเขา?

หยวน: โห... มันอาจจะเร็วไปสำหรับผมอ่ะ แล้วผมรู้สึกว่า เรายังดูแลกันได้ไม่เต็มที่เลย แล้วพี่เต้ก็โตกว่าผมแค่ปีเดียวเอง แล้วผมรู้สึกว่า เฮ้ย เรายัง ต้องอยู่กันอีกนาน ต้องดูแลกันอีกดี มันยังเรื่องให้เราทำกันอีกเยอะที่เราคุยกันไว้

คือผมอะรู้สึกว่า... มันทำให้เรา โอ้โห คิดอะไรได้หลายๆ อย่างว่าแบบ (ร้องไห้) ถ้าเรามีอะไรที่อยากทำ ผมว่าทำเลยอย่ารอ  พี่เต้เป็นคนๆ หนึ่งที่บอกผมชัดเจนมากว่า รักบอกรัก คิดถึงบอกคิดถึง ถ้าผิดก็ขอโทษ อย่าลีลา กับคนในครอบครัวหรือว่าคนที่เรารัก อะไรเงี้ย เพราะบางทีมันเร็วมาก จน...จนเรารับไม่ทันเลยอย่างเงี้ยครับ (ร้องไห้หนัก)

ก็อยากบอกว่า ความรักของผมก็คงเป็นการดูแลครอบครัวของพี่เต้ต่อมากกว่าครับ คงช่วยดูแลคุณแม่ เพราะคุณแม่ แล้วก็ครอบครัวก็แตกสลายมากครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม