ด้วยความซนเกินตัวถึงคราวพลาด หลังกระแทกพื้นถึงกับนิ่งชั่วขณะ ทำให้แม่หลินฮุ่ยรีบคาบกลับคอก และทีมงานตรวจแล้วไม่พบการบาดเจ็บ...

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ส่วนจัดแสดงกลางแจ้งสวนหลังบ้านกำแพงเมืองจีนจำลองภายในโครงการวิจัยแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ เกิดเหตุการณ์ช็อคแฟนคลับแพนด้า เมื่อจอมซนหลินปิง แพนด้าน้อยขวัญใจชาวไทยพลาดท่าตกต้นไม้ หลังจากที่ทีมงานได้ปล่อยแพนด้าหลินฮุ่ย และลูกหลินปิง ออกสู่ส่วนจัดแสดงโดยมีแฟนคลับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้าชมจนแน่นเหมือนเช่นทุกวัน แต่ในวันนี้จอมซนหลินปิง มีอาการสุดคึกออกแรงวิ่งวนไปมาในบริเวณที่จัดแสดง จากนั้นเข้าไปกวนแม่หลินฮุ่ยที่กำลังนั่งกินไผ่อย่างเพลิดเพลินใจอยู่ จนหลินฮุ่ยเกิดอาการรำคาญคาบหนังคอลากออกมายังตรงกลางลาน และกลับไปนั่งกินไผ่ต่อ

ต่อมา หลินปิง ได้ปีนขึ้นไปบนต้นขี้เหล็กเหมือนจะอวดแม่หลินฮุ่ย แต่ในครั้งนี้ปีนสูงขึ้นร่วม 4 เมตรห่างจากพื้นดิน แม่หลินฮุ่ยเห็นดังนั้นจึงรีบทิ้งไผ่ และมายืนเฝ้าที่โคนต้นส่งสัญญาณให้ลูกน้อยลงมาและจ้องมองตลอด แต่จอมซนหลินปิงกลับได้ใจต้องการอวดแม่ปีนขึ้นสูง ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความเป็นห่วงของแฟนคลับที่จ้องตาเขม็ง บางคนได้ตะโกนขอให้ทีมงานที่อยู่ด้านนอกเข้าไปช่วยเหลือหรือหาที่รองรับ แต่ทีมงานไม่สามารถจะเข้าไปได้เนื่องจากมีแม่หลินฮุ่ยอยู่ใกล้เกรงว่าแพนด้าหลินฮุ่ย จะตกใจทำร้ายทีมงานได้จึงได้แต่เฝ้าระวังอยู่ด้านนอก



ในเสี้ยวนาทีแห่งความระทึกขวัญ ได้มีเสียงโทรศัพท์ของแฟนคลับคนหนึ่ง ที่อยู่ใกล้จุดที่ชมหลินปิง เป็นเสียงเด็กร้อง แต แต้ แต แต๊ะ ที่กำลังฮิตในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หรือ เป็นท่อนสุดท้ายของเพลง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ” วงอีทีซี ดังขึ้นมา หลินปิงจึงพลาดร่วงสู่พื้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้ที่เข้ามาชม ส่วนหลังหลินปิงกระแทกฟื้นดังตุ๊บ แน่นิ่งไปชั่วขณะ แม่แพนด้าหลินฮุ่ยรีบวิ่งเข้ามาดูลูกทันทีด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะใช้ปากคาบลากหลินปิงกลับคอกกักทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่แม่หลินฮุ่ยคาบลูกเข้าคอกกักที่อยู่ภายในของสองแม่ลูก ทางนายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย และสัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ นิ่มตระกูล พร้อมทีมพี่เลี้ยง ได้เข้าแยกหลินปิง ออกมาจากแม่หลินฮุ่ย ที่ทำท่าเหมือนปลอบลูกอยู่ออกมา โดยสัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ได้ตรวจหาร่องรอยต่างๆ ในตัวหลินปิงว่ามีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บบ้าง ทั้งภายนอกและภายใน แต่ไม่พบร่องรอยใดๆ ที่บ่งบอกถึงการได้รับบาดเจ็บ

นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ กล่าวหลังแถลงข่าวโครงการหลินปิง แฮบปี้ แฟมิลี่ ช่วยช้างไทย ว่า จากการที่ได้เข้าไปดูและสอบถามอาการ แล้วไม่น่ามีปัญหาแม้ว่าจะตกลงมาอย่างแรง แต่ด้วยโครงกระดูกและผิวหนังที่ยืดหยุ่น ทำให้หลินปิงไม่เป็นอะไร ถือเป็นการฝึกความแข็งแรงของร่างกาย เหมือนเด็กที่ต้องเจ็บตัว หัวโนบ้างกว่าจะโตเต็มวัย และทางสวนสัตว์มีสัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิด ขอให้ทุกคนสบายใจได้



ด้านนายประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า หลินปิงกำลังปีนและหมุนตัวไปมาบนกิ่งไม้ สูงจากพื้นดิน ร่วม 4 เมตร ระหว่างที่ตกเป็นช่วงพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนท่าทางเพื่อทำบาร์เดี่ยว ด้วยการใช้ขาสี่ข้างโอบรอบต้นไม้ แต่คงจะไม่ถนัดจึงปล่อยมือหล่นลงมาทำให้บริเวณหลังกระแทกพื้นดิน ก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนนิ่งและแม่หลินฮุ่ยวิ่งไปดูก่อนที่จะคาบหลินปิงกลับคอก แต่ไม่เป็นอะไรมากเนื่องจากแพนด้าก็ถือว่าเป็นหมีแมว และที่ศูนย์วิจัยฯที่จีนอายุน้อยกว่าหลินปิงก็ตกลงมาในระยะความสูงร่วม 10-20 เมตรไม่มีอันตราย

หน.โครงการวิจัยฯ กล่าวด้วยว่า รายของหลินปิงตนก็เข้าใจดีว่า เรื่องนี้ตนขอยืนยันได้เลยว่าได้ทำการตรวจสุขภาพแล้วไม่ได้พบอาการบาดเจ็บ ใดๆ และตามโครงสร้างร่างกายของแพนด้า การตกชนิดนี้ถือว่ายังต่ำอยู่ หลินปิงก็ไม่ได้เจ็บอะไรเลย จึงเชื่อว่าจะต้องการตกในลักษณะนี้อีก โดยในส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้นไม้ทุกต้นภายในส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง จะต้องใช้สังกะสีล้อมโคนต้นไม่ให้ปีนขึ้นสูงเกิน 2 เมตร แต่ไม่ห้ามให้หลินปิงปีนอีกเพราะจะเป็นการทำร้ายหลินปิงทางอ้อม ที่จะไม่มีประสบการณ์การปีนป่าย จนอาจทำให้ถูกต่อว่าอีกว่าเลี้ยงหลินปิงเหมือนไข่ในหิน จึงต้องให้หลินปิงได้เป็นหมีแพนด้าที่สมบูรณ์ได้เรียนรู้ เพื่อเป็นทักษะในชีวิตหมี เมื่อกลับไปอยู่ที่ประเทศจีนแล้ว.

...