ไม่สนแล้วว่าจะเข้ามามอบตัวหรือไม่ “ดีเอสไอ” เดินเครื่องเต็มสูบ เตรียมส่งสำนวนคดีกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 15 ปี ให้อัยการสั่งฟ้อง เพื่อเริ่มขั้นตอนดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นี้ หลังพยานยืนยันความสัมพันธ์สอดคล้องกันทุกปาก ด้าน“ปปง.” พบทรัพย์สินอีกประมาณ 20 ล้านบาท อยู่ระหว่างประสานประเทศสมาชิกองค์กรปราบปรามการฟอกเงินสากล ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของสมีคำ
จากกรณีที่ผู้ประสานงานอดีตพระเณรคำได้ติดต่อกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อขอเข้ามอบตัว แต่เมื่อถึงเวลากลับไร้วี่แววพร้อมทั้งอ้างเหตุเพื่อประวิงเวลา จนทางชุดทำงานต้องปรับแผนเพื่อหามาตรการติดตามตัวอดีตพระเณรคำมาลงโทษตามกฎหมาย สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ส.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยการติดตามตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำมาดำเนินคดี หลังผู้ประสานงานคนใกล้ชิดอดีตพระเณรคำที่ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่ได้ผิดนัดไม่มาตามสัญญาว่า วันนี้ได้เรียกประชุมคณะทำงานจนได้ข้อสรุปให้ดำเนินการแยกสำนวนคดีกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร เพื่อส่งสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ที่ผ่านมา
กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่สามารถเริ่มกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เพราะอัยการยังไม่สั่งฟ้องต่อศาล จึงทำได้แค่เพียงประสานงานขอความร่วมมือระหว่างประเทศเท่านั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษระบุต่ออีกว่ามาตรการขอความร่วมมือในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการร่วมมือติดตามผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.ชุดทำงานจะสรุปสำนวนคดีล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ส่งฟ้องอัยการเป็นคดีแรก พร้อมแนบคำร้องขอให้อัยการสั่งฟ้องคดีโดยเร็ว เพื่อเริ่มกระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากอดีตพระเณรคำเข้ามอบตัวในระหว่างที่ส่งสำนวนฟ้องต่ออัยการในสัปดาห์หน้า ต้องมีการหารือกันใหม่ในเรื่องจะให้ประกันตัวหรือไม่ เพราะถือเป็นการกระทำในลักษณะประวิงเวลาในคดี ส่วนที่อยู่ของอดีตพระเณรคำจากเบาะแสพบว่ายังอยู่ใน สปป.ลาว ซึ่งจะได้แจ้งเรื่องการยกเลิกหนังสือเดินทางและการดำเนินคดีของอดีตพระเณรคำต่อหน่วยงานของ สปป.ลาวต่อไป เพราะที่ผ่านมาได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ออกหมายเรียกน้องชายอดีตพระเณรคำ ให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและตรวจดีเอ็นเอ เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่มาพบภายใน 7 วัน ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีฐานขัดขืนหมายเรียกเจ้าพนักงาน
ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตพระเณรคำว่า ได้ติดตามข้อมูลเพิ่มทั้งในส่วนของคนใกล้ชิดและคนรู้จักที่อยู่ในต่างประเทศ พบทรัพย์สินของอดีตพระเณรคำมูลค่าประมาณ 10-20 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ซึ่งยังไม่รวมในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความชัดเจนของที่มาทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งประสานประเทศอื่นๆที่เป็นสมาชิกองค์กรปราบปรามการฟอกเงินสากล เพื่อดำเนินการระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของอดีตพระเณรคำ แต่ในส่วนของ สปป.ลาว เนื่องจากยังไม่ได้เข้าสมาชิกองค์กรปราบปรามการฟอกเงินสากล ดังนั้น ปปง.ของไทยจะต้องทำเรื่องประสานให้ช่วยตรวจสอบเป็นทางการต่อไป
มีรายงานข่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีความมั่นคง จะลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีและ จ.ศรีสะเกษ อีกครั้งเพื่อสอบปากคำพยานในคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี อีกประมาณ 8 ราย เพื่อเตรียมสรุปสำนวนสั่งฟ้อง เนื่องจากพยานทั้งหมดที่สอบก่อนหน้านี้ให้การสอดคล้องในทิศทางเดียวกันว่ารู้เห็นและสามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างอดีตหลวงปู่เณรคำกับหญิงสาวผู้เสียหายได้ แม้ไม่มีผลการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตเณรคำกับเด็กชายวัย 11 ขวบที่ผู้เสียหายรายนี้ระบุว่าเกิดจากอดีตเณรคำ สำหรับในส่วนคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีลงข้อความอันเป็นเท็จและความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนนั้นอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานคาดว่าไม่เกินเดือน ก.ย.ก็จะสามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้เช่นกัน
...