มีทั้งการบินไทย-เหมาลำซี-130ของทอ.เจอปัญหา!ต้องเจรจาบินผ่านโอมาน
กระทรวงการต่างประเทศไทยเร่งมืออพยพคนไทยในอียิปต์กลับบ้านแล้ว แบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยให้การบินไทยส่งเครื่องบินโบอิ้ง 747 ไปรอรับกลุ่มแรกก่อนที่ดูไบ หลังเครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศ ติดปัญหาการขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าบางประเทศ ขณะเดียวกัน “ปลัดสีหศักดิ์” ยันเกาะติดสถานการณ์ในอียิปต์ตลอดเวลา มั่นใจรับมือได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องปิดสถานทูตไทยหรือเรียกเจ้าหน้าที่กลับทั้งหมด ส่วนในอิียิปต์ส่อเค้ารุนแรงอีก หลังกลุ่มภราดรภาพมุสลิมประกาศปลุกระดมประท้วงรัฐประหารรอบใหม่
ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศอียิปต์ที่ยังคงมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนต้องมีการอพยพคนไทยกลับประเทศ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ส.ค.นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือประสานงานในการอพยพคนไทยในอียิปต์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำอพยพคนไทยออกจากอียิปต์ ในวันที่ 18 ส.ค. จำนวน 2 เที่ยวบิน ออกจากอียิปต์ในเวลา 17.00 น. และ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไปที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 344 และ 317 ที่นั่งตามลำดับ ส่วนเที่ยวบินที่จะรับคนไทยจากนครดูไบกลับไทยนั้น มีเครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศ จำนวน 2 ลำ ไปพร้อมกับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินของสายการบินไทย ที่จะไปถึงนครดูไบในช่วงเย็นและอาจจะเช่าเหมาลำเที่ยวบินจากนครดูไบ เพื่อนำคนไทยกลุ่มแรกราว 650 คน กลับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงไทยในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.นี้
ต่อมาในช่วงสายวันเดียวกัน ที่ฝูงบิน 601 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางมาตรวจเยี่ยมและดูแลความพร้อมในการส่งเครื่องซี-130 จำนวน 2 ลำ ที่จะไปรับคนไทยจากประเทศอียิปต์ กลับมาประเทศไทย ว่าเมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ได้โทร.มาเพื่อขอให้กองทัพอากาศสนับสนุนเครื่องบินซี-130 ไปรับคนไทยที่ประเทศอียิปต์ รวมถึงทางกระทรวงต่างประเทศได้สอบถามถึงความพร้อมของกองทัพอากาศ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าเรามีความพร้อม โดยจัดเครื่องบินซี-130 จำนวน 4 ลำ แต่ละลำสามารถลำเลียงคนได้ลำละ 110 คน รวมเป็น 440 คน โดยตามกำหนด เครื่องบินจะถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเวลา 19.00 น. และจะรอเครื่องบินที่ลำเลียงคนจากอียิปต์มาลงที่ดูไบในเวลาประมาณ 22.00 น. จากนั้นจะสามารถนำเครื่องออกได้ประมาณเวลา 23.00 น. และมาถึงประเทศไทยที่ฝูงบิน 601 เวลา 14.00 น. ของวันที่ 19 ส.ค.
พล.อ.อ.ประจินกล่าวอีกว่า แต่กำหนดการดังกล่าวอาจล่าช้าออกไปบ้าง เพราะเราต้องขออนุมัติการบินผ่านน่านฟ้าใน 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า อินเดีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใช้เวลาบินจากประเทศไทยไปดูไบ 10 ชั่วโมง 20 นาที โดยเครื่องบินซี-130 จำนวน 2 ลำในชุดแรกจะรับคนไทยกลับมาจำนวน 220 คน ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพอากาศได้จัดส่งนักบิน และลูกเรือลำละ 16 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ 4 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข 4 คน เพื่อช่วยดูแลคนไทยที่ขึ้นเครื่องกลับมา และยังได้เตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อตรวจเช็คสุขภาพร่างกายประชาชนก่อนขึ้นเครื่อง และระหว่างอยู่บนเครื่องบินจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก และจัดเตรียมอาหารให้
ส่วนคนไทยที่เหลือนั้น พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ในวันที่ 19 ส.ค.จะมีเครื่องบินแอร์บัสของการบินไทยไปรับคนไทยอีก 1 เครื่อง โดยรองรับคนไทยได้ 400 คน ส่วนเครื่องบินซี-130 ชุดที่ 2 จำนวน 2 ลำ ตามกำหนดการจะเดินทางจากฝูงบิน 601 เวลา 09.00 น. เพื่อไปรับคนที่ยังตกค้างอยู่ จะเดินทางกลับมาถึงฝูงบิน 601 เวลา 11.00 น. วันที่ 20 ส.ค. สำหรับหัวหน้าชุดที่ทำการบินคือ น.อ.จักร สุวรรณ–ทัต รองผู้บังคับการกองบิน 6 ซึ่งญาติพี่น้องของผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอียิปต์สามารถมารอรับได้ที่ฝูงบิน 601 ตามวันเวลาดังกล่าว ส่วนค่าใช้จ่ายในการนำเครื่องบินขึ้นลง ทางกองทัพอากาศจะเป็นผู้รับผิดชอบ นอกเหนือจากนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ ทั้งเรื่องการตรวจรายชื่อตามพาสปอร์ตและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง มาอำนวยความสะดวกในการตรวจรายชื่อที่ฝูงบิน 601
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็น พล.อ.อ.ประจิน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมหลังจากที่เครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศยังไม่สามารถออกเดินทางจากไทยได้ เพราะติดปัญหาการขออนุมัติบินผ่านน่านฟ้าประเทศโอมาน ที่เข้มงวดเรื่องการให้เครื่องบินทหารผ่านน่านฟ้าว่า เบื้องต้นทางการบินไทย ได้เตรียมนำเครื่องบินจำนวน 3 ลำออกไปรับประชาชนก่อน และขอยืนยันว่ากองทัพอากาศพร้อมสนับสนุนการนำประชาชนไทยกลับจากประเทศอียิปต์ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการจัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยที่อพยพออกจากประเทศอียิปต์เดินทางกลับสู่ประเทศไทยว่าใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ทำการบิน ซึ่งรองรับ ผู้โดยสารได้ 365 คน เที่ยวบินพิเศษทีจี 8476 จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในเวลา 20.00 น. วันที่ 18 ส.ค. และกลับถึงกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินพิเศษ ทีจี 8477 ในวันที่ 19 ส.ค. เวลาประมาณ 11.45 น. ทั้งนี้ การบินไทยจะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับแผนการบิน เพื่อที่จะสามารถปรับแผนการบินให้ทันต่อสถานการณ์และรองรับการอพยพคนไทยออกจากประเทศอียิปต์กลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานประชุมศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือประสานงาน ในการอพยพคนไทยออกจากอียิปต์ ที่มีตัวแทนจากกองทัพอากาศ กระทรวงสาธารณสุข บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้าร่วมประชุม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้มีคนไทยในอียิปต์ที่แสดงความจำนงจะเดินทางกลับ จำนวน 704 คน ส่วนการอพยพคนไทยในรอบแรกทำได้จำนวน 661 คน แบ่งเป็น กลุ่มแรก 344 คน เดินทางออกจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเครื่องบินเหมาลำที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในไคโรประสานงานไว้ โดยจะเดินทางออกจากไคโร เวลา 22.00 น. ถึงนครดูไบ เวลา 00.30 น. และกลุ่มที่ 2 จำนวน 317 คน ออกจากไคโร เวลา 22.15 น. ถึงนครดูไบ เวลา 00.45 น. ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงนครดูไบ จะมีเครื่องบิน 3 ลำเพื่อรับคนไทยจากนครดูไบกลับกรุงเทพฯ คือกลุ่มแรก 270 คน จะเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ 2 จะเดินทางโดยสายการบินไทย โบอิ้ง 747 ซึ่งสามารถรับคนไทยได้ 325 คน และกลุ่มที่ 3 จะเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ C130 จำนวน 110 ที่นั่ง ส่วนคนไทยแสดงความประสงค์ และยังไม่ได้เดินทางกลับในรอบแรก เหลืออีก 43 คน ก็จะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบินพาณิชย์
นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยืนยันว่าเครื่องบินทั้งหมดเตรียมพร้อมนำคนไทยกลับประเทศไทย โดยจะมาถึงที่ท่าอากาศยานดอนเมืองในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างเวลา 12.00-13.00 น. วันที่ 19 ส.ค.นี้ โดยจะมี บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะคอยอำนวยความสะดวกเรื่อง ขั้นตอนการเข้าเมือง กระทรวงสาธารณสุขเตรียมให้การดูแลเรื่องสุขภาพ ขณะนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะประสานให้ความช่วยเหลือด้านที่พักชั่วคราว และการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอย้ำว่าการดำเนินการรัฐบาลได้ให้ความสำคัญโดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำความปลอดภัยของคนไทย ซึ่งขอให้ญาติของคนไทยที่จะเดินทางกลับมานั้น ติดตามความคืบหน้า ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้ง ให้ทราบว่าจะไปรับได้ที่ใด โดยญาติพี่น้องคนไทยที่ต้องการสอบถามสถานการณ์สามารถติดต่อวอร์รูมของกระทรวงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ โทร.0-2643-5107
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า ได้กำชับไปยังนายชลิต มานิตยกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไคโร ให้เริ่มนำครอบครัวของเจ้าหน้าที่สถานทูต โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิงและเด็กทยอยเดินทางออกจากประเทศอียิปต์ โดยจะให้เหลือไว้แต่เพียงเจ้าหน้าที่ สถานทูต ที่ทำหน้าที่ประสานงานดูแลคนไทยที่ยังคงอยู่ในอียิปต์ ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตไทยก็จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ในแต่ละวัน และรายงานกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะรับมือได้ ตราบใดที่รัฐบาลอียิปต์ยังแสดงความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับคนต่างชาติ ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดสถานทูต หรือยังไม่จำเป็นจะต้องเรียกเจ้าหน้าที่ของไทยกลับทั้งหมด
กระทั่งเวลา 19.45 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ ว่า ทางกองทัพอากาศได้รับการติดต่อจาก ทางประเทศโอมาน อนุญาตให้เครื่องบิน ซี 130 ของ กองทัพอากาศจำนวน 1 ลำ บินผ่านน่านฟ้าประเทศโอมาน เพื่อไปรับคนไทยกลับจากประเทศอียิปต์ได้ โดยเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน เครื่องบินซี 130 จะบินออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อไปปฏิบัติการอพยพคนไทยเดินทางกลับประเทศไทย
ต่อมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการนำเครื่องบินลำเลียง แบบซี-130 ของกองทัพอากาศไปช่วยรับคนไทยที่ต้องการกลับประเทศ ภาย หลังอพยพออกจากประเทศอียิปต์ว่า ขณะนี้ทางประเทศโอมานได้อนุมัติให้กองทัพอากาศไทยนำเครื่องบินบินผ่านน่านฟ้าได้แล้ว โดยออกเดินทางจากไทยในเวลา 21.00 น. วันที่ 18 ส.ค. แต่ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งเปลี่ยนรายละเอียดเพิ่มเติม โดยจะใช้เครื่องบินพาณิชย์ 3 ลำ และใช้เครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพอากาศไทย 1 ลำ ไปรับคนไทยที่สนามบินดูไบ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศประสานเช่าเครื่องเหมาลำ รับคนไทยในอียิปต์มาส่งที่สนามบินดูไบ ทั้งนี้เครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินของการบินไทยจำนวน 3 ลำ จะนำคนไทยชุดแรกกลับมาถึงไทยประมาณ 500 คน กำหนดลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 15.00-16.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ส่วนเครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพอากาศจะนำคนที่เหลือชุดสุดท้าย ประมาณ 66 คนกลับมาถึงไทย โดยลงจอดที่ฝูงบิน 601 ดอนเมือง เวลา 18.00 น. วันที่ 19 ส.ค.
สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ในประเทศอียิปต์ วันเดียวกันนี้ กลุ่มพันธมิตรต่อต้านรัฐประหาร นำโดยกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ผู้สนับสนุนหลักของนายโมฮัมเหม็ด มูร์ซี อดีตประธานาธิบดีอียิปต์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะระดมคนออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกันอีกครั้งในเขตกีซ่า และเขตเฮลิโอโปลิสของ กรุงไคโร เป็นจำนวน 9 จุด ในเวลา 16.00 น. ตาม เวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 21.00 น. ตามเวลาไทย โดยบรรดาแกนนำของกลุ่มจะนำฝูงชนเดินขบวนไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญในเขตมาอาดี ทางตอนใต้ของกรุงไคโร พร้อมจะออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนรอบใหม่ แต่มิได้ ระบุว่าจะปักหลักชุมนุมในบริเวณดังกล่าวหรือไม่
ขณะที่นายฮาเซม เบบลาวี นายกรัฐมนตรีรักษาการอียิปต์ เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการ พิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายในการยุบกลุ่มภราดร– มุสลิม พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะไม่ขอปรองดองอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนที่มือเปื้อนเลือด หยิบอาวุธขึ้นมา ต่อสู้กับรัฐ พร้อมเผยว่า ในเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมยิงต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างดุเดือดที่มัสยิดอัล-ฟาธในกรุงไคโร เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นั้น มีผู้ถูกจับกุม 385 คน
ทั้งนี้ กลุ่มภราดรภาพมุสลิมได้ประกาศเรียกร้อง ให้ประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเป็นรายวัน แม้ว่าในช่วง 4 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 811 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมครั้งใหญ่วันที่ 14 ส.ค. ถึง 638 ศพ ตามด้วยเหตุการณ์เดินขบวนวันศุกร์แห่งความโกรธแค้นวันที่ 16 ส.ค. ที่มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 173 ศพ ขณะที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ประณามทั้ง 2 ฝ่าย ในกรณีที่รัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และกรณีที่กลุ่มผู้ประท้วงก่อเหตุเผาโบสถ์ และบุกทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาลรัฐ รวมถึงอาคารสำนักงานของรัฐบาล
...