ร้อง-โหยหวนนำรวบไต้หวันซุก 6 กุมารทอง

ตะลึง ตำรวจสวัสดิภาพเด็กและสตรีบุกรวบหนุ่มไต้หวันซุกศพทารกทำเป็นกุมารทอง 6 ตัวเตรียมส่งนอกเป็นที่นิยมขายได้ราคางามให้นักธุรกิจและดาราเสริมบารมี แพ็กซ่อนใส่กล่องไว้ในโรงแรมกลางเยาวราช ขนหัวลุก ผีเด็กเฮี้ยนจัด ชาวบ้านได้ยินเสียงโหยหวนดังออกมาจากห้องพัก แจ้งตำรวจท้องที่ไปตรวจสอบไม่เจออะไร พอตกเย็นได้ยินอีกครั้ง คราวนี้แจ้ง กก.ดส.ไปตรวจค้น เค้นสอบผู้ต้องหาจนสารภาพผิด ยอมรับทำเป็นครั้งที่ 2

ที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) เวลา 10.30 น. วันที่ 18 พ.ค. พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก. ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ สว. กก.ดส. แถลงข่าวจับกุมตัวนายโจว ฮอง ฮุน อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมของกลางศพเด็กทารกลักษณะทำเป็นกุมารทอง ลงอักขระ มัดสายสิญจน์และปิดทองเต็มตัว บางศพสวมใส่เสื้อผ้าเด็กเรียบร้อย บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษจำนวน 3 กล่อง รวมทั้งสิ้น 6 ศพ พร้อมกระเป๋าเป้สีดำขนาดใหญ่อีก 1 ใบ

ผกก.ดส.เปิดเผยถึงเบื้องหลังการจับกุมกุมารทองครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อบ่ายวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่พักอยู่ใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) บนถนนเยาวราช แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ กทม. ว่าได้ยินเสียงเด็กร้องโหยหวนดังออกมาจากห้องเลขที่ 301 ของโรงแรมดังกล่าว คิดว่าน่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจสอบ ไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างใด หลังจากนั้นพอตกเย็น ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงเด็กร้องออกมาจากห้องดังกล่าวอีก จึงโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ กก.ดส.บช.น.ไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูเรียก พบนายโจว ฮอง ฮุน อยู่ในห้องดังกล่าว ท่าทางมีพิรุธคล้ายคนกระทำความผิดมา ตรวจสอบประวัติ พบเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้ว 16 ครั้ง และเมื่อสอบสวนอย่างหนัก ในที่สุด ยอมรับสารภาพว่า ได้ซุกซ่อนศพทารกที่ซื้อมาจากชายไต้หวันซึ่งเข้ามาอยู่เมืองไทย ไว้ที่ห้องเลขที่ 613 โรงแรมเอ็มไพร เพื่อเตรียมส่งไปขายที่ไต้หวัน เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบศพทารกเพศชาย บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ ซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่ละศพผ่านการทำพิธีลงอักขระ มัดสายสิญจน์ ทำเป็นกุมารทองไว้เรียบร้อยแล้ว จึงควบคุมตัวไปสอบสวน

พ.ต.อ.วิวัฒน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนก็เคยได้รับแจ้งว่ามีการซื้อ-ขายศพทารกและอวัยวะมนุษย์กัน แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้ กระทั่งมาจับกุมตัวนายโจวได้ในที่สุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่านายโจวเป็นคนมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ และเครื่องรางของขลัง มีชื่อเสียงเรื่องคาถาอาคม เป็นที่นับถือของชาวไต้หวันอย่างมาก โดยมักจะออกตระเวนหาซื้อของขลังจากประเทศกัมพูชา ลาวและไทยเป็นประจำ ส่วนชายไต้หวันที่นายโจวไปซื้อศพทารกมา ขณะนี้รู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร แต่ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอจะดำเนินคดีได้ แต่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม เบื้องต้นแจ้งข้อหานายโจว ฐานลักลอบฝัง ซ่อนเร้น เคลื่อนย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนนายโจว ให้การรับสารภาพ อ้างว่าเดินทางเข้ามาซื้อศพทารกได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว ได้รับการว่าจ้างจากชายไต้หวันแซ่เฉินคนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ไทเป ให้ซื้อศพทารกดังกล่าวเพื่อนำกลับไป โดยนัดส่งมอบของกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เพื่อเตรียมส่งไปขายให้แก่นักธุรกิจและดารา เนื่องจากมีความเชื่อทางไสยศาสตร์เหมือนกับคนไทยว่า ถ้าเลี้ยงกุมารทองไว้แล้ว จะทำให้เสริมบารมี ค้าขายรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง จนเป็นที่นิยม ขายดิบขายดี แม้จะราคาแพง สภาพศพสวยๆ สมบูรณ์ ราคาสูงถึงศพละ 200,000 บาทขึ้นไป ส่วนศพสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์จะตกราว 150,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีประกาศขายตามเว็บไซต์ที่ไต้หวัน มีคนเข้าไปดูและสั่งซื้อเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ด้านนายโจว ฮอง ฮุน ยอมรับว่า ส่วนตัวเป็นคนคลั่งไคล้เรื่องลี้ลับไสยศาสตร์อย่างมาก เคยบวชเป็นพระที่เมืองไทย เพื่อศึกษาวิชาอาคมอยู่วัดแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายวัน นอกจากนี้ ยังชื่นชอบเครื่องรางของขลังจากประเทศไทย และมาครั้งนี้ก็ยังหาซื้อขุนแผนและปั้นเหน่งแม่นาคพระโขนงมาห้อยคอด้วย โดยบินเข้ามาซื้อกุมารทองครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว

...