ผวจ.ตรังมาเอง หาทางช่วยเหลือเด็กแฝดสองพี่น้อง นร.ไทยรัฐวิทยา 39 หลังต้องขึ้นปีนรั้วกำแพงเดินลุยน้ำไปเรียน พบเป็นปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านติดกัน สั่งเร่งเปิดทางบรรเทาทุกข์ไปก่อนระหว่างรอศาลชี้ขาด หรือให้เด็กไปอยู่บ้านญาติข้างนอก...  

กรณีเด็กนักเรียน ป.1 สองพี่น้องฝาแฝด ด.ช.อดิศร กิ้มเฉี้ยง หรือน้องเพชร และ ด.ญ.ศรสวรรค์ กิ้มเฉี้ยง หรือน้องพลอย อายุ 7 ขวบ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 39 (บ้านนาโต๊ะหมิง) จ.ตรัง ถูกเจ้าของที่ดินกั้นกำแพงขึงลวดหนามปิดกั้น ต้องปีนข้ามรั้วไปโรงเรียนทุกวัน

ล่าสุด วันที่ 8 มิ.ย. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.ตรัง นายสมเกียรติ ดวงมณี นายอำเภอสิเกา นายสมปอง พ่วงพูล กำนันตำบลนาเมืองเพชร อ.สิเกา นายนพ บัวเรือง รองนายกเทศมนตรีตำบลนาเมืองเพชร ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีเจ้าของที่อยู่ติดกันรอบด้าน คือ ทั้งในส่วนของนางนงเยาว์ วงศ์ชู อายุ 78 ปี พร้อมญาติ และนางแพร้ว คีรีรัตน์ เจ้าของที่ดินที่ปิดกั้นรั้วกำแพงพร้อมลวดหนาม รวมถึงชาวบ้านใกล้เรือนเคียงจำนวนหนึ่ง มารอเฝ้าติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดปะทะคารมมีปากเสียงกันเล็กน้อยเมื่อ 2 ฝ่ายมาพบหน้ากัน แต่ไม่มีเหตุความรุนแรง

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นเจ้าของพื้นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา การจะให้ตนเองมาสั่งการรื้อกำแพงทันทีคงเป็นไปไม่ได้ เพราะปัญหามีมานาน และที่ดินก็มีผู้ครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย และทราบว่าเรื่องไปถึงชั้นศาลแล้วก็รอให้ศาลตัดสินชี้ขาดหลังจากนั้นค่อยมาว่ากัน ส่วนปัญหาของเด็กทั้ง 2 คน ที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ ก็ต้องแก้ปัญหาเบื้องต้นไปก่อน อาจจะไปขออาศัยอยู่บ้านญาติที่อื่น ระหว่างที่รอให้ผู้ใหญ่เคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้น

...

"วันนี้ได้สั่งการให้นายอำเภอสิเกา ประสานทางเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร เพื่อตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง ว่าโฉนดที่ดินแปลงบ้านของนางนงเยาว์ ที่มีการนำรั้วลวดหนามเป็นทางสาธารณะหรือไม่ ถ้าเป็นทางสาธารณะเทศบาลก็จะต้องดำเนินการ เพราะเทศบาลมีหน้าที่ดูแลทางสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้กับเด็กไม่มีทางออกต้องปีนกำแพง ซึ่งได้ถามเด็กว่ามีญาติพี่น้องอยู่ด้านนอกหรือไม่ เด็กตอบว่ามี จึงแนะนำว่า ให้เด็กไปอาศัยกับญาติก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กต้องปีนรั้วกำแพง" นายศิริพัฒ กล่าว.