กรมอุทยานแห่งชาติฯลุยล้างมาเฟียกลุ่มคนมีสี คุมทุกธุรกิจที่ให้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด แฉยิบรถมอเตอร์ ไซค์ ให้เช่า 660 คัน สปีดโบ๊ตกว่า 100 ลำ เจ็ตสกี เรือกล้วย นวดชายหาด แม้แต่หาบเร่ ผลประโยชน์แต่ละเดือนมหาศาลกว่า 100 ล้านบาท สั่งยกเลิกสปีดโบ๊ต เจ็ตสกี เรือกล้วย เกรงจะเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยว เตรียมปิดท่าเรือที่มี 7 แห่ง เปิดใช้เพียง 2 แห่ง ดัดหลังมาเฟียแสบหักเงินหัวคิวที่ควรเข้ารัฐเอาเข้ากระเป๋าตัวเองถึงร้อยละ 40 พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมดำเนินคดีมาเฟียอิทธิพล
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลุยล้าง “มาเฟีย” เกาะเสม็ด จ.ระยอง กินหัวคิวทุกธุรกิจบนชายหาดรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายณัฐพล รัตนพันธุ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ และนายธัญญา อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ไปจัดระเบียบบนอุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จากการตรวจสอบพบว่า การประกอบธุรกิจบนอุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ จักรยานให้เช่า เจ็ตสกี เรือสปีดโบ๊ต เรือกล้วย นวดชายหาดรวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ยอดเงินสะพัดแต่ละเดือนมากกว่า 100 ล้านบาท แต่มีมาเฟียและผู้มีอิทธิพลคนมีสีเป็นคนคุมทั้งสิ้น
นายณัฐพลเปิดเผยอีกว่า บนอุทยานฯมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่า 660 คัน สปีดโบ๊ตมีมากกว่า 100 ลำ แต่มีการขออนุญาตเพียงลำเดียวเท่านั้น ส่วนเจ็ตสกีและเรือกล้วยมีมากกว่า 10 ลำ ทั้งหมดให้บริการเที่ยวละ 300 บาท แต่จะมีมาเฟียคอยหักหัวคิว 100 บาท หมอนวดชายหาด จำนวน 179 ราย ต้องหักรายได้ให้มาเฟียเดือนละ 500 บาท หาบเร่ 51 ราย แท็กซี่ 60 คัน ช่างเพนต์สีให้นักท่องเที่ยว 50 คน นักแสดงควงกระบองไฟมีมากกว่า 10 คน เป็นชาวกัมพูชา แต่คนคุมคือคนมีสี ดังนั้น กรมอุทยานฯจะจัดระเบียบใหม่ โดยให้ยกเลิกการเล่นเจ็ตสกี เรือกล้วย สปีดโบ๊ต เกรงจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ และกรมอุทยานฯ ต้องการทำให้การท่องเที่ยวบนอุทยานฯ เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการยกเลิกร่มผ้าใบบนชายหาดทั้งหมดแล้ว
...
ผอ.ส่วนอุทยานทางทะเลกล่าวต่อว่า ที่สำคัญกรมอุทยานฯได้หารือกับ ผวจ.ระยองแล้วว่าจะมีการยกเลิกท่าเรือขึ้นเกาะเสม็ดที่มีอยู่ 7 แห่ง และมีมาเฟียคุมเป็นเสี่ยใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มคนมีสี จะส่งคนไปนั่งนับหัวนักท่องเที่ยวตามท่าเรือและไปเก็บเงินปลายทางแล้วส่งให้อุทยานฯ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นต์เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง มีข้อมูลระบุว่ามีการจ่ายให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เดือนละ 2 แสน ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเป็นการหาประโยชน์จากทรัพยากรชาติและราชการ ดังนั้นจะปิดท่าเรือจาก 7 แห่ง ให้เหลือใช้ได้เพียง 2 แห่งเท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้หลังจากมีการโยกย้ายหัวหน้าอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่รวม 80 คนแล้ว พบว่าเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาเดือนเดียว อุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด สามารถเก็บรายได้ถึง 4.8 ล้านบาททั้งที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่เดือน ต.ค.ปี 2558 เก็บได้เพียง 1.2 ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
นายณัฐพลกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้โยกย้ายเจ้าหน้าที่อุทยานฯล้างบางทั้งเกาะแล้ว และขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกลุ่มมาเฟียที่หาผลประโยชน์บนเกาะเสม็ด โดยในแต่ละวันมีผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลายบนเกาะโทรศัพท์มาหาตนไม่หยุดหย่อน เพื่อให้ผ่อนผันการทำธุรกิจบนเกาะเสม็ด อ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงทั้งทหาร ตำรวจ นักการเมือง ตนก็ได้แต่รับฟัง แต่ไม่สามารถดำเนินการตามที่ต้องการได้ เพราะอุทยานฯเกาะเสม็ดจะต้องกลับมาเป็นอุทยานฯ สำหรับประชาชนทุกคน นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ กำลังจัดระเบียบบนฝั่งคือบริเวณชายหาดแม่รำพึงที่มีความยาวมากกว่า 10 กม. ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของร้านค้า 61 ราย ที่มีการต่อเติมผิดเงื่อนไขออกทั้งหมด และจะนำร้านค้าที่มีรายชื่อทั้งหมดมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง มีการกำหนดโซน ขายของ และโซนท่องเที่ยวให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีคำสั่งโยกย้ายนายธนิต จันทะเดช หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทุกระดับ รวม 80 คน หลังตรวจสอบพบว่าอาจมีการทุจริตพร้อมกับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมหญ้าฯ 2 ราย รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้น จนกระทั่งมีการตรวจสอบเตรียมจัดระเบียบล้างมาเฟียคุมธุรกิจการค้า เบียดบังเงินที่ควรส่งเข้าหลวงเข้ากระเป๋าตัวเองและพวกพ้องดังกล่าว