กำลังแซ่บวัน แซ่บคืน ตามสโลแกน “สวยแต่ไร้สติ” ของสาวก้านโลกอย่าง “พาไล” ในละคร “เลื่อมสลับลาย” ทางช่อง 7 บทนี้ไม่ง่ายเลย!! เล่นเอา นางเอกสาว แซมมี่ เคาวเวลด์ ทั้งเครียด ทั้งกดดัน ต้องพึ่งยานอนหลับบรรเทา แต่ก็มีวิธีปลดปล่อยด้วยการเต้นแร้ง เต้นกา บ้าสุดขั้ว รั่วหลุดโลก ไม่เหลือคราบสาวหน้านิ่ง หน้างอ คอหัก ให้เห็นซะแล้ว
“ช่วงหลังๆ อยู่กองจะเต้นไร้สาระไปเรื่อยๆ เต้นอะไรไม่รู้ ยิ่งเป็นละครดราม่า ก็จะเครียด พี่ๆ ที่กองเลื่อมสลับลายแต่ละคนจะแนวบ้าๆฮาๆ กันอยู่แล้ว เริ่มจากมีพี่ทีมงานเค้าบ้าเกาหลีเปิดเพลงเต้น ก็เลยเต้นตามแล้วอัดคลิป เลยเอาไปโพสต์ก็ไม่ได้คิดอะไรกลายเป็นกระแส จริงๆ ตอนนี้ก็ยังเป็นคนนิ่งๆนะ ถ้าไม่รู้จักกัน ถ้าสนิทกันกับแฟนคลับที่เจอกันบ่อยๆ จะกวน ชอบแกล้ง ตัวตนที่เห็นในอินสตาแกรมนั่นแหละ” จุดนี้เหมือนเป็นการทำลายกำแพงความหน้างอของเรามั้ย “ที่ลงอินสตาแกรมไม่ได้คิดจะให้คนมองเราอะไรยังไง มันเป็นพื้นที่ส่วนตัว เราอัพเดตอยู่กองเราทำอะไรแค่นั้น ไม่ได้ให้คนมองว่าเราจะเปลี่ยนไป”
เริ่มชัดเจนเน้นฮาไม่รักษาภาพนางเอกเลย
“รูปยิ้มของเราก็เซิร์ชหาในเน็ตเอาก็ได้ จริงๆ อินสตาแกรมเราจะอัพเดตอะไรก็ได้ หนูไม่ได้มองเสียหายอะไร เอาฮาๆ” ไม่ใช่สวยเข้าถึงยาก “ไม่ๆ เมื่อก่อนอาจจะรู้สึกแบบนั้น จริงๆ หนูไม่ได้อะไรตั้งแต่แรก ไม่ได้หยิ่งเลย” ตอนนี้รั่วเปิดเผยแล้วสิ “เจอคนประเภทเดียวกันมั้งคะ คลิปต่อไปจะเอาพี่นิว (วงศกร) มาร่วมด้วย ตอนแรกมองเป็นผู้ชายนิ่งๆ ไม่เคยร่วมงาน แต่ตอนนี้แกล้งหนูไม่หยุด หนูซื้อกล้องมาตัวนึงเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ โอ้โห พี่นิวว่าหนูทั่วกอง พี่นิวว่าจนหนูรู้สึกผิดว่าไม่น่าซื้อตัวนี้มาเลย รู้สึกเป็นปมด้อยไปเลย”
...
ลุคแซมมี่หลังๆ มาแนวเซ็กซี่ตลอดเป็นเพราะอะไร
“ด้วยละครทำให้ภาพดูรุนแรง แต่ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม ในละครเป็นสิ่งที่ทำให้คนเชื่อด้วย หลังๆ ได้บทแบบนี้ แปลกนะ โดนละครบู๊ 2 เรื่องติดกันพอดราม่าก็ดราม่าสองเรื่องติดกันเลย เรื่องใหม่เป็นนางเอกร้าย” น่าจะมาทางนี้แล้วรุ่งหรือเปล่า “ไม่รู้ แล้วแต่ผู้ใหญ่ส่งมาให้เล่น มันก็ดีโตขึ้นอีกแบบ พัฒนาการแสดงด้วย เรื่องเลื่อมสลับลายยากสุดแล้ว”
กับเรื่องนี้แซมมี่เป็นคนยั่วอารมณ์หรือยั่วโมโห “ทั้งสองอย่างเลย ยั่วโมโหกับปิ่นปัก (พี่รถเมล์) ยั่วเซ็กซี่ กับพระเอกก็มี ในเรื่องพี่นิวเป็นผู้ชายอบอุ่นนิ่งๆ ไม่ทันผู้หญิง ในฉากเค้าก็นิ่งจริงๆ (หัวเราะ) ยอมรับบทเซ็กซี่ ยั่วอะไรแบบนี้ หนูไม่ถนัดและไม่ชอบ รู้สึกแพ้ทาง ให้ร้องไห้ ทำอย่างอื่นดีกว่า บู๊ ยังไม่หนักใจเท่าทำตัวเซ็กซี่ยั่วพระเอก เล่นเรื่องนี้เหนื่อยเลย เหมือนเล่นละครบู๊เรื่องนึงเลย มันใช้กำลังภายในเยอะ เพิ่งเล่นได้เล่นละครดราม่าชีวิตจริงๆ ก็เรื่องนี้ ถึงขนาดกลับบ้านต้องกินยาแก้ปวดหัวเลย นอนไม่ค่อยหลับ”
ตัวเรายังอยู่ในตัวละครพาไล เลยเก็บกลับบ้านมาด้วย
“ก็ด้วย บางทีเราร้องไห้เยอะ เดินออกจากฉากยังร้องไห้อยู่ไม่เคยเหมือนกัน พี่บุญชู ผู้กำกับบอกว่าไม่รู้แซมมี่อินตัวพาไลหรือพาไลอินตัวแซมมี่ ไม่รู้เหมือนกัน มันดีนะในเรื่องของงาน อาจจะมีติดกลับมาบ้านแต่เป็นแค่วันนั้นไม่ทุกวัน แต่ตอนนี้หนูกลายเป็นคนนอนระแวง ผวาตื่น แค่พลิกตัวก็ตื่นแล้ว จริงๆ ไม่ได้เครียดขนาดนั้นแต่ไม่รู้ทำไมนอนไม่สนิท จนบางทีต้องพึ่งยานอนหลับเพิ่งมาสังเกตช่วงนี้ ไม่เคยเล่นละครร้องไห้นอกฉากแล้วรู้ตัวว่าเป็น ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย” แสดงว่าเล่นละครเริ่มอินไม่ใช่แค่ท่องบท “ใช่ค่ะ เข้าใจการแสดงมากขึ้น เจออาอุ้ย เกรียงไกร ให้หนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับการแสดงให้หนูมาอ่าน เป็นการชาร์จพลังในเรื่องการแสดง เมื่อก่อนเราทำการบ้านก็จริงเหมือนอ่านบทแล้วก็แค่นั้น แต่ตอนนี้ต้องเข้าใจตัวละคร คิดอะไรอยู่ ทำให้เราเข้าถึงตัวละครมากขึ้น”

บทของ พาไล เป็นผู้หญิงกวน แรง แตกต่างจากตัวตนแซมมี่ยังไงบ้าง
“ถ้าตัวหนูเจออะไรแบบพาไลก็เป็นคนขึ้นง่าย แต่ถ้าเงียบเป็นคนเงียบไปเลย อยู่กับตัวเองแป๊บนึง เดี๋ยวหายเอง ถ้าพูดไม่มีการไล่ระดับ สิบเลย” เรื่องอะไรขึ้นง่าย “ตอนนี้ไม่ค่อย แต่ก่อนหน้านี้จะเป็นอารมณ์เด็กๆ ด้วยความเป็นลูกคนเล็กแต่ไม่มีเหตุการณ์ภายนอกมาทำให้เราขึ้นไม่มี” ทุกวันนี้ยังโดนแม่ตี “มีอยู่แล้ว ตอนนี้ถ้าทำผิด แม่นิ่งใส่ เป็นอารมณ์มาคุๆ หน่อย (หัวเราะ) ไม่จำเป็นไม่พูดทำให้เราเดาไม่ถูก เราไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า”
เห็นว่าหันมาจับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ Fleur Bangkok เป็นยังไงบ้าง
“เริ่มขายจริงๆ ไม่ถึงเดือน ที่ทำเพราะ เพื่อนที่ทำจบแฟชั่นมาคุยกันลองมาทำกันดีกว่า ก็จะดูเรื่องผ้า ดูแบบ ฟิตติ้ง และเราเป็นไม้แขวนเสื้อเอง สไตล์จะมีความเซ็กซี่และมีความซนอยู่แล้วแต่คนไปเลือกใส่ ชุดสามารถใส่ออกงานได้แต่ชุดประจำวันเกินไปใส่ไปโน่นไปนี่ แต่เราออกแบบมาคละๆ กับธุรกิจค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้กดดันจะต้องโต” เปลี่ยนลุคเปรี้ยวจี๊ดเป็นที่มาดูแลหุ่นตัวเองด้วยหรือเปล่า “ด้วยๆ หน้าที่การงานต้องดูแลตัวเอง ธุรกิจ ก็ทำอะไรต้องมองให้ไกลขึ้น คนอื่นมองเล็กๆ แต่เราเป็นเรื่องใหญ่แล้วเราแฮปปี้แล้ว”
...
ความรักดูเป็นคนแห้งแล้ง
“ไม่ได้แห้งแล้งนะ อยู่ไปเรื่อยๆ ชีวิตแฮปปี้แบบโสด ไม่มีใครมาจีบแต่ก็ไม่เหงานะ” เป็นประเภทสวยเลือกยากหรือเปล่า “ยังไม่มีใครให้เลือกเข้ามา” ตั้งข้อแม้เอาไว้สูงหรือเปล่า “ไม่นะ หนูไม่เคยตั้งข้อจำกัดเรื่องแฟน มีอย่างเดียวเรื่องความสูงกว่าแค่นั้น ไม่ชอบคนตัวเท่ากันหรือเตี้ยกว่า” พี่ๆในแก๊งมีแฟนทั้งนั้น “อายุห่างกันอยู่ยังไม่จำเป็น ยังไม่ถึงจุดสละโสด ช่วงที่พี่ๆ อายุเท่าหนูก็เป็นแบบหนูนี่แหละ ตอนนี้เก็บเงินอยู่ซื้อรถ ซื้อบ้านให้พ่อแม่ก่อน แม่ก็ไม่ได้ห้ามแค่ไม่อยากมีอะไรมากระทบกับงาน งานมาก่อน” เราเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ แล้วคนที่เข้ามาหาเราจะต้องเพอร์เฟกต์ขนาดไหน “หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเพอร์เฟกต์ ไม่ได้คิดว่าตัวเองสวยด้วยซ้ำ เลยมองว่าไม่มีใครเพอร์เฟกต์บนโลกใบนี้ การที่ผู้ชายมาคบกับผู้หญิงคนหนึ่งเค้าต้องดูแลเราได้ หนูต้องการคนทำงานเหมือนกัน คุยกันรู้เรื่อง ไม่จำเป็นต้องรวย ต้องมาเลี้ยงชั้นนะ แค่ขอตัวสูงกว่า” ความหน้านิ่งๆ ดูเหมือนหน้างอทำให้ไม่มีใครกล้าจีบ “ไม่รู้สิ ถ้าให้หนูยิ้มกับทุกคนเค้าจะหาว่าหนูแรดหรือเปล่า? เข้าหาผู้ชายหรือเปล่า? เราก็เป็นตัวของตัวเอง” มีข่าวกับกอล์ฟ อนุวัฒน์ ทำให้คนลังเลรึเปล่า “ถ้าเรื่องข่าวหนูก็พูดตลอด เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่น่าเกี่ยวกัน ก่อนมีข่าวไม่มีใครเข้ามาอยู่แล้ว แต่ไม่ชอบคน จู่โจมเข้ามาจีบ ต้องเกิดจากการรู้จักกันแล้วถ้าพัฒนามันจะไปต่อของมันเอง” ลักกี้อินเกมเลยอันลักกี้อินเลิฟ “อาจจะเป็นจังหวะ จังหวะตอนนี้ต้องทำงานก่อน ถ้าลักกี้อินเลิฟเดี๋ยวคงมาเอง”.
ทีมข่าวบันเทิง